ลี่เซียนเห็นแบบนั้นก็ขมวดคิ้วทันที พูดอย่างไม่พอใจว่า“เวลานานขนาดนี้ คุณสืบมาได้แค่นี้เองเหรอ?”ท่าทางของเธอเกือบจะเขียนคำว่า ‘ไร้ประโยชน์’ ไว้บนหน้าผากแล้ว
โจวอี้เฉินรู้สึกเสียใจ เพื่อพิสูจน์ว่าตัวเองยังมีประโยชน์อยู่บ้าง จึงพูดเพิ่มว่า “ดูเหมือนผู้กองอยากให้เธอติดตามกองทัพไปด้วย…”“ไม่มีทาง!” หลัวลี่เซียนแค่นเสียงอย่างเย็นชา เธอจะไม่มีวันยอมให้ผู้หญิงคนนั้นมีโอกาสมาที่นี่เด็ดขาด!โจวอี้เฉินมองดูสีหน้าอาฆาตของหลัวลี่เซียนด้วยความรู้สึกหวาดหวั่นเล็กน้อย เพราะในความทรงจำของเขา เธอเป็นคนที่ยิ้มแย้มแจ่มใสอยู่เสมอ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นสีหน้าของเธอเช่นนี้โชคดีที่หลัวลี่เซียนรู้ตัวว่ามีโจวอี้เฉินอยู่ด้วย เธอรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติ ก่อนจะยิ้มแล้วพูดขึ้นอีกครั้ง “ขอบคุณมากนะข่าวที่คุณบอกฉันสำคัญจริง ๆ คุณจะช่วยฉันต่อไปใช่ไหม?”โจวอี้เฉินพยักหน้าตอบอย่างมึนงงหลัวลี่เซียนกวาดตามองไปรอบ ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครอยู่ใกล้ก่อนจะย่างเท้าเข้าไปหาเขาอีกสองก้าว พูดด้วยน ้าเสียงอ่อนโยน“ขอบคุณจริง ๆ นะ ถ้ามีโอกาสฉันจะเลี้ยงข้าวตอบแทนคุณ”พูดจบเธอก็หมุนตัวเดินจากไป ทิ้งกลิ่นหอมอ่อน ๆ ไว้ในอากาศโจวอี้เฉินมองตามเธออย่างเหม่อลอย หัวใจเต้นแรงโดยไม่รู้ตัวส่วนอันจิ่วเม่ยที่ไม่รู้เลยว่าตนเป็นที่กล่าวถึงในค่ายทหาร วันนี้ว่างไม่มีอะไรทำ เธอจึงเอากล่องไม้ที่เจอในสถานีจัดการขยะครั้งก่อนออกมาเช็ดทำความสะ