ื่อยจริง ๆ เพิ่งแยกจากเธอไม่นานก็เดินมาหาเธอที่บ้านอีกแล้ว“สหายอัน เอ่อ…ฉันเรียกเธอว่าจิ่วเม่ยได้ไหมคะ?” หมิ่นเหลียนซินถามอย่างเกรงใจ เธอรู้ดีว่า อันจิ่วเม่ลยไม่ค่อยชอบคบหากับพวกเด็ก ๆ ที่ถูกส่งมาอยู่ชนบท การที่ตัวเองมาหาแบบนี้ กลัวว่าอีกฝ่ายจะรำคาญเอาด้วยเหตุผลที่ไม่อาจอธิบายได้ หมิ่นเหลียนซินรู้สึกว่าอันจิ่วเม่ยเป็นผู้หญิงที่น่าสนใจ และอยากสานสัมพันธ์เป็นเพื่อนกับเธอ จึงพยายามหาโอกาสได้พูดคุยกันมากขึ้นอันจิ่วเม่ยพยักหน้ารับอย่างสุภาพ ไม่ได้ใส่ใจเรื่องการเรียกชื่อมากนัก เพราะคนในหมู่บ้านต่างก็เรียกเธอแบบนี้อยู่แล้ว“มีอะไรให้ฉันช่วยหรือเปล่าคะ?” เธอถามด้วยน ้าเสียงอ่อนโยน“ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ” หมิ่นเหลียนซินตอบพร้อมรอยยิ้ม
“วันนี้ฉันเข้าเมืองเลยซื้อลูกอมติดไม้ติดมือกลับมาด้วย อยากแบ่งให้เธอชิมบ้าง ตอนที่เธอไปส่งฉันที่หน้าหมู่บ้าน ฉันหาไม่เจอเพราะของมันเยอะมาก เลยกลับไปที่พักก่อนแล้วค่อยเอามาแบ่งขอบคุณมากนะที่พาฉันเข้าเมือง”พูดจบ หมิ่นเหลียนซินก็ล้วงหยิบลูกอมออกจากกระเป๋าแล้วใส่มืออันจิ่วเม่ยอย่างรวดเร็ว อันจิ่วเม่ยก้มมองด้วยความประหลาดใจเมื่อเห็นว่าเป็นลูกอมนมกระต่ายขาวสุดหรูซึ่งเป็นของหายากในยุคนี้แม้จะมีเงินก็ยังหาซื้อยากแม้อันจิ่วเม่ยเองจะเคยซื้อลูกอมไว้เพื่อสร้างความสนิทสนมกับคนอื่น แต่เธอมักเลือกซื้อลูกอมผลไม้เพราะราคาถูกกว่า เธอไม่กล้าเอาของหรูหราอย่างลูกอมนมกระต่ายขาวมาให้ใครเลย