รทั้งนั้น ได้แต่ทำเป็นเมินเฉย แสร้งมองไม่เห็นสายตาอ้อนวอนของลี่เฟย‘โอ้โห…เป็นฉันร้องไห้ไปแล้วนะ’ อันจิ่วเม่ยคิดในใจ จู่ ๆ ลี่เฟยก็ตะโกนลั่นบ้านว่า “พอกันที! พวกคุณทั้งหมดรุมรังแกฉัน ฉันทนอยู่ในบ้านหลังนี้ต่อไปไม่ไหวแล้ว!” ก่อนจะวิ่งเข้าห้องไปไม่รอช้า อันจิ่วเม่ยรีบฉวยโอกาสทองนี้ใส่ไฟพ่อแม่สามีทันที“พ่อแม่คะ ดูสิคะ พี่สะใภ้ใหญ่ทำตัวไม่เหมาะสมขึ้นทุกวัน ทั้ง ๆ ที่พ่อแม่ดูแลเธอดีมาก แต่เธอกลับบอกว่าอยู่บ้านนี้ไม่ไหว ถ้าเรื่องนี้แพร่ออกไป คนอื่นอาจเข้าใจผิดว่าพี่ใหญ่ทำอะไรไม่ดีกับเธอก็ได้นะคะ”หลี่ต้าหลงที่นั่งเงียบมาตลอดถึงกับตาเบิกกว้าง รีบตะโกนสวนกลับทันควัน “น้องสะใภ้สาม! อย่ามาพูดเหลวไหลนะ!”อันจิ่วเม่ยรีบทำหน้าเศร้าสร้อย พลางพูดเสียงอ่อย “โธ่ ฉันแค่พูดไปอย่างนั้นเองค่ะ ใครจะคิดว่าพี่สะใภ้ใหญ่จะคิดมากขนาดนี้”
ไม่มีใครรู้เลยว่าคำพูดของอันจิ่วเม่ยเป็นเหมือนเมล็ดพันธุ์แห่งความสงสัยที่ถูกหว่านลงในใจของทุกคน ทุกครั้งที่ลี่เฟยแสดงพฤติกรรมประหลาด เมล็ดพันธุ์เหล่านั้นก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆอันจิ่วเม่ยยิ้มกริ่มในใจ ‘ทำร้ายฉันมาหลายครั้ง คราวนี้ถึงตาฉันเอาคืนบ้างแล้ว’สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไปทันตา ชิวหรงถึงกับเอ่ยปากด่า “ปากไวจริง ๆ ใครจะไปทันเธอกัน!”อันจิ่วเม่ยทำเป็นสงบเสงี่ยม หุบปากฉับไม่พูดอะไรต่อจากนั้นทุกคนต่างเดินกลับเข้าห้องไปด้วยสีหน้าบึ้งตึง เหลือเพียงอวี้หลันและหลี่ฉีหมิ่นที่ยังอยู่ อันจ