ยาได้ยินเข้าก็สนอกสนใจขึ้นมาทันที วิทยุเป็นของดีที่ใคร ๆ ก็อยากได้ พวกเขาคิดในใจว่าถ้าลูกสะใภ้สามรู้จักกาลเทศะสักหน่อย แล้วมอบให้พวกเขาด้วยความเต็มใจ ก็คงจะให้หน้าตาดี ๆ กับเธอได้บ้างแต่อันจิ่วเม่ยไม่มีทางยกวิทยุให้สองสามีภรรยาเฒ่าตระกูลหลี่แน่นอน เธอหันไปตอบลี่เฟยอย่างฉะฉาน“พี่สะใภ้ใหญ่ พูดอะไรของพี่เนี่ย? พ่อแม่ไม่ใช่คนที่จะแย่งของลูกสะใภ้หรอกนะคะ พี่สะใภ้ใหญ่ใส่ร้ายพ่อแม่แบบนี้แย่มากเลยนะคะ”ลี่เฟยเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ‘ยายเด็กบ้านี่! ทำไมถึงบิดเบือนความจริงได้ขนาดนี้ ฉันพูดแบบนั้นที่ไหนกัน?’สองสามีภรรยาเฒ่าตระกูลหลี่หน้าดำทะมึนทันที หลี่เฉินฟู่อดไม่ได้ที่จะจ้องลี่เฟย แล้วตวาดว่า “พูดอะไรเหลวไหล! พวกเราไม่ได้อยากได้สักหน่อย!”อวี้หลันนึกถึงน ้าใจของอันจิ่วเม่ยก่อนหน้านี่ จึงรีบออกมาช่วยคลี่คลายสถานการณ์ “พี่สะใภ้ใหญ่ก็นี่เป็นของที่น้องสะใภ้สามเก็บมาจากกองขยะ จะเอามาให้พ่อแม่ดูได้ยังไงล่ะคะ? อีกอย่าง ยังไม่รู้เลยว่าจะซ่อมได้หรือเปล่า น้องสะใภ้สามจะกล้าไปรับปากล่วงหน้าได้ยังไง?”
อันจิ่วเม่ยแอบชำเลืองมองสะใภ้รองตระกูหลี่นิดนึง คิดในใจว่าพี่สะใภ้รองคนนี้ ถ้าไม่ติดว่ายึดติดกับเรื่องอยากได้ลูกชายแล้ว เธอก็ถือว่าเป็นคนฉลาดใช้ได้เพียงแต่ก่อนหน้านี้ครอบครัวของลูกชายคนรองแทบจะไม่มีปากมีเสียงอะไรในบ้าน เพื่อความอยู่รอดเลยต้องทำตัวแบบพูดน้อยต่อยหนัก