ห้คนเข้าใจผิดโดยไม่จำเป็น”ทุกคนพยักหน้าหงึก ๆ เห็นด้วยสุด ๆ ว่าอันจิ่วเม่ยพูดมีเหตุผลมาก พวกเขาจึงช่วยกันดุเว่ยป๋อหลินอีกสองสามประโยคก่อนจะเผ่นแน่บอันจิ่วเม่ยไม่แยแสกับเว่ยป๋อหลินที่ยังยืนงง ๆ อยู่หน้าประตู เธอปิดประตูดังปัง!“โชคดีจริง ๆ ที่ชาวบ้านกลับมากินข้าวกัน พวกเขาเข้ามาช่วยได้พอดี น่าปลื้มใจจริง ๆ ”
ลูกหมาสามตัววิ่งวนรอบขาอันจิ่วเม่ยอย่างร่าเริง เธอก้มลงลูบหัวพวกมันพลางพูด “โตเร็ว ๆ นะลูกรัก จะได้ปกป้องแม่ได้ เดี๋ยวคืนนี้แม่จะทำอาหารอร่อย ๆ ให้กิน”แล้วเธอก็แกว่งเนื้อแห้งในมือล่อพวกมันอย่างสนุกสนานอันจิ่วเม่ยยังรับไม่ได้ที่เห็นหลานสาวเลี้ยงหมาสามตัวนี้ราวกับลูกแท้ๆ ทั้ง ๆ ที่พวกมันอยู่บ้านนี้มาหลายวันแล้ว เธอคิดในใจว่า‘หลานสาวคงอยากมีลูกแย่แล้วสิ หวังว่าคราวหน้าที่หลี่เจียเฟิ่งกลับมา พวกเขาจะพยายามมีลูกสักคน จะได้ไม่ต้องมาเลี้ยงหมาแทนลูกอีก!’เว่ยป๋อหลินกลับมาถึงบ้านพักยุวชนด้วยสีหน้าบูดบึ้ง ทำให้จ้าวเฉินซานและคนอื่น ๆ ที่รออยู่ต่างมองเขาอย่างคาดหวัง“เป็นไงบ้าง?” หนิงอวี่หรานถามด้วยน ้าเสียงร้อนใจ เธออดหลับอดนอนมาทั้งคืน ใจแทบจะขาดรอน ๆ อยากจะหาที่นอนพักเสียทีแต่เว่ยป๋อหลินไม่ได้ตอบอะไร เพียงแค่เดินคอตกไปยังกองสัมภาระของตัวเองเงียบ ๆจ้าวเฉินซานส่ายหน้าพร้อมเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ “ดูท่าทางแล้ว คงไม่ได้เรื่อง น่าจะต้องไปถามคนอื่น”คำพูดนี้ทำให้หนิงอวี่หรานแทบปรี๊ดแตก! เธอพูดอย่างฉุนเฉ