ีกแล้ว
พอโดน อันจิ่วเม่ยพูดแรง ๆ แบบนั้นต่อหน้าคนอื่นฟางเจียวเหม่ยก็ยิ่งน้อยใจหนักกว่าเดิม ถึงขั้นร้องไห้โฮออกมาเลยทีเดียว ราวกับว่าอันจิ่วเม่ยทำอะไรร้ายแรงกับเธออันจิ่วเม่ยแทบอยากจะกรีดร้องออกมา เธอไปทำอะไรให้ใครเดือดร้อนด้วยเหรอเนี่ย?!อารมณ์เสียสุด ๆ เธอตัดสินใจไม่สนใจพวกนี้อีกต่อไป เข็นจักรยานเดินหน้าต่อไปเลย ได้ยินเสียงคุยกันแว่ว ๆ มาจากด้านหลังแต่อันจิ่วเม่ยไม่แม้แต่จะหันไปมองในเมื่อทะเลาะกันไปแล้ว เธอก็ไม่อยากเดินไปด้วยกันอีก เลยขี่จักรยานนำหน้าไปสักพัก แล้วค่อยหยุดรอ พอพวกนั้นตามมาทัน ก็ขี่นำหน้าไปอีก ยังไงก็ไม่ยอมเดินไปพร้อมกันแน่ๆ!แผนการหลบหนีของอันจิ่วเม่ย ดูเหมือนจะราบรื่น แต่แล้วจู่ ๆ เว่ยป๋อหลินก็วิ่งตามมาเหมือนคนบ้า พุ่งเข้าจับจักรยานของเธอไว้แน่นพลางหอบแฮ่ก ๆ “สหายอันอย่าโกรธสิ… แฮ่ก ๆ ฉันรู้ว่าเธอหวังดีนะ….”อันจิ่วเม่ยออกแรงสะบัดจักรยานคืนให้เขา พลางพูดด้วยน ้าเสียงเย็นชา “ใครบอกว่าฉันโกรธ? ฉันแค่ไม่อยากให้ใครมายุ่ง ฉันจะไปรอพวกนายข้างหน้าเอง”พูดจบ เธอก็ปั่นจักรยานออกไปโดยไม่หันกลับมามอง ปล่อยให้เขายืนมองแผ่นหลังเธอที่ค่อย ๆ ลับไปอย่างรวดเร็ว
เว่ยป๋อหลินพยายามวิ่งไล่ตามสุดชีวิต แต่สุดท้ายก็ไล่ไม่ทัน ขาของเขาเริ่มหมดแรงจนต้องทรุดลงนั่งกับพื้น หอบหายใจหนัก ๆยอมรับความพ่ายแพ้ในที่สุดหมิ่นเหลียนซินเดินมาหยุดตรงหน้าเขา พูดอย่างเหนื่อยหน่าย“นายก็รู้ว่าเธอพูดถูก เธอไม่ได้เ