ขอความช่วยเหลือจากสหายได้ไหมคะ?”ทันใดนั้น สายตาทุกคู่ก็จับจ้องมาที่อันจิ่วเม่ยราวกับเธอเป็นดาราดัง พวกเขาต่างคิดว่าเธอคงมีอิทธิพลในหมู่บ้านไม่น้อย ดูจากจักรยานรุ่นใหม่ล่าสุดและฝีปากกล้าของเธอ การสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับเธออาจช่วยลดปัญหายุ่งยากได้มากทีเดียว
“อย่าทำแบบนั้นเลย ฉันไม่ชอบความวุ่นวาย” อันจิ่วเม่ยตอบเสียงเย็น พยายามรักษาระยะห่างสุดฤทธิ์ แต่ดูเหมือนพวกเขาจะไม่รู้จักคำว่า ‘พอ’ เสียที“แต่ว่า…” ฟางเจียวเหม่ยพยายามจะแย้ง แต่ก็ต้องยอมรับว่าสิ่งที่อันจิ่วเม่ยพูดก็ไม่ได้ผิด จึงได้แต่หุบปากอย่างน้อยใจ ราวกับลูกแมวถูกทอดทิ้งอันจิ่วเม่ยไม่เข้าใจเลยว่าทำไมฟางเจียวเหม่ยถึงได้ทำหน้าน้อยใจราวกับถูกรังแก ทั้ง ๆ ที่เธอเป็นคนช่วยแบกกระเป๋าให้บนจักรยานด้วยซ ้า! นี่มันอกตัญญูชัด ๆ!เดิมทีคิดว่าฟางเจียวเหม่ยผอมบางน่าสงสาร เลยอยากช่วยเหลือใครจะไปคิดว่าจะกลายเป็นเรื่องวุ่นวายซะงั้น ดูท่าคนน่าสงสารก็มีด้านที่น่าเกลียดเหมือนกันนะเนี่ย!อันจิ่วเม่ยพยายามสูดลมหายใจลึก ๆ ก่อนจะพูดด้วยความอดทนสุด ๆ ว่า“ฟังให้ดีนะ ฉันไม่ได้ติดค้างอะไรพวกคุณ อย่าทำหน้าเหมือนถูกฉันรังแกสิ ฉันแค่ช่วยผู้นำหมู่บ้านรับคนเท่านั้น ไม่ใช่พี่เลี้ยงนะ พอถึงหมู่บ้านแล้วไม่มีใครมาตามใจพวกคุณหรอก”ไม่แปลกใจเลยที่ไม่มีใครอยากรับอาสารับยุวชนพวกนี้ มันช่างเป็นงานที่เหนื่อยเปล่าจริง ๆ! อันจิ่วเม่ยคิดในใจว่าต่อไปนี้จะไม่ขอยุ่งกับเรื่องแบบนี้อ