อันจิ่วเม่ยรู้ดีว่าตอนนี้เธอต้องออกไปเจรจาธุรกิจ การแต่งกายคือภาพลักษณ์ของตัวเอง จำเป็นต้องใส่ใจ ไม่อาจใส่เสื้อผ้าปะชุนแบบในหมู่บ้านได้อีกต่อไปในทุก ๆ วันอันจิ่วเม่ยแทบไม่ได้ออกไปไหน บางครั้งก็แวะไปดูที่โรงงานเห็นทุกคนขยันขันแข็ง เธอก็ไม่มีอะไรจะช่วย เดินดูรอบหนึ่งแล้วก็กลับมาดูย่าอันตัดเสื้อ ได้เรียนรู้เทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปด้วยวันนี้เป็นวันพิเศษสำหรับหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งนี้ เพราะจะมีคณะยุวชนจากในเมืองมาเยี่ยมเยือน แต่มันก็เป็นช่วงเวลาที่ไม่ค่อยเหมาะเท่าไรนัก เพราะชาวบ้านกำลังยุ่งกับการเก็บเกี่ยวผลผลิตในทุ่งนาเหวินฟู่รีบวิ่งไปหาอันจิ่วเม่ยที่บ้าน หวังให้เธอช่วยต้อนรับแขกจากเมือง“แค่พาพวกเขามาถึงหมู่บ้านก็พอ เดี๋ยวที่เหลือฉันจัดการเอง”เหวินฟู่บอกอันจิ่วเม่ยด้วยท่าทางหนักใจเล็กน้อย“แต่ถ้าพวกเขาหอบกระเป๋ามาด้วยเยอะแบบภูเขาล่ะคะ?” อันจิ่วเม่ยถามขึ้นอย่างกังวล เพราะวัวทุกตัวในหมู่บ้านก็กำลังทำงานหนักในทุ่งนาอยู่แล้วเหวินฟู่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ “ก็ให้หนุ่ม ๆ ช่วยสาว ๆ หน่อยสิเราไม่มีทางเลือกจริง ๆ นะ”
อันจิ่วเม่ยพยักหน้ารับ คิดในใจว่า ‘ช่างเถอะ ไม่ใช่ธุระของเราสักหน่อย’เธอคว้าแอปเปิ้ล แล้วออกปั่นจักรยานไปอย่างรวดเร็ว มีสุนัขตัวจิ๋วสามตัววิ่งไล่ตามอย่างสนุกสนาน ก่อนจะยอมแพ้กลับบ้านไปอันจิ่วเม่ยปั่นจักรยานด้วยมือเดียว อีกมือถือแอปเปิ้ลกินอย่างเอร็ดอร่อย พอกินหมดก็เร่งความเร็วสุด ๆ มาถึงสถานีร