ถไฟก่อนเที่ยงวันแค่นาทีเดียว!กลุ่มยุวชนคนเมืองมาถึงตรงเวลาเที่ยงพอดิบพอดี พวกเขามากันเป็นกองทัพ เห็นคนคุ้นหน้าจากหมู่บ้านใกล้เคียงมารับคนด้วย นี่มันงานใหญ่จริง ๆแม้จะไม่อยากยุ่งวุ่นวายกับเรื่องชาวบ้าน แต่ด้วยความอยากรู้อยากเห็น อันจิ่วเม่ยก็อดไม่ได้ที่จะเข้าไปทักทายกลุ่มคนจากหมู่บ้านข้างๆ ด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร“สวัสดีค่ะสหาย หมู่บ้านของพวกคุณส่งเกวียนมารับยุวชนไหมคะ” อันจิ่วเม่ย ถามอย่างร่าเริงชาวบ้านหนึ่งคนมองเธอด้วยสายตาเหนื่อยล้า แล้วตอบอย่างหงุดหงิด“ให้ตายสิ นี่มันช่วงเวลาเร่งด่วนทางการเกษตรนะ จะมีเวลาส่งรถอะไรมาล่ะ? ฉันก็ต้องลากขาเดินมานี่แหละ!”
ชาวบ้านอีกคนเสริมขึ้นมาอย่างหัวเสีย “ฉันเบื่อที่สุดแล้วกับการมารับคนพวกนี้! ออกมาวุ่นวายทั้งวันแต่ไม่ได้คะแนนงาน ยังไงก็ทำงานในทุ่งนาดีกว่าเป็นไหน ๆ !”“เออ ใช่เลย!” คนที่สามก็ออกความคิดเห็นด้วยอย่างออกรส“พวกยุวชนที่มาจากในเมืองนั่นก็อารมณ์ร้อนเป็นบ้า เหมือนกับว่าเราเป็นหนี้บุญคุณพวกเขาอย่างนั้นแหละ น่ารำคาญจะตาย”ขณะที่ชาวบ้านพากันบ่นกระปอดกระแปดไปมา อันจิ่วเม่ยได้แต่ยืนอึ้งด้วยความงุนงง ก่อนจะค่อย ๆ ถอยออกมายืนรออยู่ข้าง ๆ อย่างเงียบๆในใจของอันจิ่วเม่ยนึกเศร้าใจ เจตนาของเธอแค่อยากถามว่าพวกเขามีรถไหม ถ้าสะดวกก็จะช่วยขนสัมภาระให้เยาวชนของหมู่บ้านพวกเขา เพราะไปทางเดียวกัน แต่ไม่คิดว่าพวกเขาจะแสดงความรังเกียจและบ่นเกี่ยวกับยุวชนอย่างเปิดเผยแบ