บนี้ไม่นานนัก เสียงเครื่องยนต์ก็ดังขึ้น รถโดยสารคันใหญ่แล่นมาจอดที่ป้าย ผู้โดยสารทยอยลงมาไม่น้อยอันจิ่วเม่ยมองไปรอบ ๆ อย่างสับสน ไม่รู้ว่าใครบ้างที่ถูกจัดสรรไปหมู่บ้านของตัวเอง เธอจึงสูดลมหายใจลึก ๆ แล้วตะโกนเสียงดังลั่น“ยุวชนที่จะไปหมู่บ้านหนานเทียนเดินมาทางนี้ได้เลยค่ะ!”
ชาวบ้านคนอื่น ๆ เห็นดังนั้นก็พากันตะโกนชื่อหมู่บ้านของตัวเองแข่งกันเซ็งแซ่ ส่วนยุวชนที่ได้ยินก็รีบเดินเข้ามาหาอย่างงง ๆท่ามกลางความวุ่นวายที่เกิดขึ้น“สวัสดีครับ สหายหญิง!” เสียงทุ้มนุ่มดังขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มสดใส “ผมเว่ยป๋อหลินครับ” หนุ่มน้อยหน้าใสผู้มาใหม่ทักทายอย่างกระตือรือร้น “ไม่ทราบว่าคุณชื่ออะไรครับ?”อันจิ่วเม่ยหันไปตามเสียงเรียก และทันใดนั้นชายหนุ่มรูปงามราวกับพระเอกซีรีส์จีนก็มาปรากฏตรงหน้า เขามีดวงตาเป็นประกายอบอุ่นและท่าทางสุภาพนุ่มนวลจนชวนให้ใจละลายได้ง่าย ๆแต่สำหรับอันจิ่วเม่ย ผู้ที่ผ่านโลกมาไม่น้อย เธอไม่ใช่สาวน้อยวัยแรกแย้มที่จะหลงเสน่ห์หนุ่มหล่อเพียงแค่รูปลักษณ์ เธอเพียงพยักหน้าเล็กน้อย พลางตอบกลับด้วยท่าทีสุภาพแต่เรียบเฉย“ฉันอันจิ่วเม่ยค่ะ มารับพวกคุณไปจัดการที่พักในหมู่บ้าน”“เป็นสหายนี่เองที่มารับพวกเรา” เว่ยป๋อหลินอุทานอย่างตื่นเต้นดวงตาเป็นประกายวาววับ“สวยเกินคาดจริง ๆ ครับ ผมนึกว่าจะเจอสาวชาวบ้านธรรมดา ๆเสียอีก” เว่ยป๋อหลินพูดพลางฉีกยิ้มกว้างรอยยิ้มของเว่ยป๋อหลินยิ่งสดใสขึ้นไปอีก ราวกับดอกทานต