ะวันที่เบ่งบานกลางแดด “ขอบคุณมากนะครับ ที่มารับพวกเรา” เขาเอ่ยด้วยน ้าเสียงนุ่มนวลชวนฝัน
“แต่ทำไมหมู่บ้านอื่นส่งผู้ชายมารับ แต่หมู่บ้านเราส่งเทพธิดาตัวน้อยอย่างคุณมาล่ะครับ? ลำบากคุณแย่เลยนะ”อันจิ่วเม่ยมองเขาอย่างประเมิน คิดในใจว่าช่างเป็นคนที่สร้างความสนิทสนมได้ไวเสียจริง แถมยังกล้าเรียกที่นี่ว่า ‘หมู่บ้านเรา’ ซะแล้ว! แต่เธอก็ไม่ได้ตัดสินเขา เพียงแค่อธิบายตามตรงว่า“เพราะตอนนี้เป็นฤดูเก็บเกี่ยวพอดีค่ะ ทุกคนยุ่งกับการทำงานที่ทุ่ง มีแค่ฉันที่ว่าง ผู้นำหมู่บ้านเลยส่งฉันมารับพวกคุณ”ขณะที่กำลังคุยกันอยู่นั้น คนอื่น ๆ ก็ทยอยเดินเข้ามา เหมือนขบวนพาเหรดที่มีทั้งคนยิ้มแย้มแจ่มใส และคนหน้าบูดบึ้งราวกับกินมะนาวดิบบางคนดูเหมือนจะเมารถจนเดินโซเซ ทำให้บรรยากาศดูวุ่นวายและน่าสนใจขึ้นมาทันทีอันจิ่วเม่ยพยายามอธิบายสถานการณ์ในหมู่บ้าน ก่อนจะหันไปกระตุ้นทุกคนด้วยน ้าเสียงเร่งเร้า “รีบไปเถอะค่ะ ก่อนที่ทางขึ้นเขาจะมืดและเดินลำบาก ช่วยกันหน่อยนะคะ พวกผู้ชายช่วยถือของให้สาวๆ ด้วยค่ะ!”แต่ทันใดนั้น เสียงบ่นอย่างไม่พอใจก็ดังขึ้น “โอ๊ย! นี่มันเกินไปแล้ว! เดินทางมาตั้งไกล ไม่มีรถมารับก็ว่าไปเถอะ แต่นี่ยังต้องมาลากกระเป๋าปีนเขาอีก แบบนี้จงใจทรมานกันชัด ๆ!”
หญิงสาวคนหนึ่งบ่นขึ้นอย่างหัวเสีย รอบตัวเธอมีกระเป๋าพะเนินท่วมหัว สีหน้าบูดบึ้ง ท่าทางหอบเหนื่อยจากการยกถุงผ้าสี่ห้าใบที่ยัดของแน่นจนแทบระเบิดอันจิ่วเม่ยรู้