ูจังหวะหน่อยสิ!”“ฮ่า ๆ ใช่เลย!” ยวี่เฟยหัวเราะร่วน “แม่ฉันก็บอกว่าเพ่ยอิงนี่มันโง่ซะจริง ๆ ! แม่ว่าโชคดีนะที่สมัยนี้คนใจดีกันแล้ว ไม่งั้นสมัยก่อนโน่น ทำแบบนี้มีหวังโดนลากไปขังกรงหมูแน่ ๆ เลย!”อันจิ่วเม่ยได้ยินแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่า ‘นี่แหละมั้งที่เขาเรียกว่ายุคศักดินา’ แต่ด้วยความที่เธอเป็นสาวสมัยใหม่ เธอก็แค่คิดว่าเพ่ยอิง
อาจจะไม่ฉลาดนัก แต่ก็ไม่ถึงกับต้องตายหรอก เธอเลยไม่อยากอธิบายอะไรให้ยวี่เฟย ฟังมากนัก ไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นเมื่อวานฝนเพิ่งตก วันนี้เส้นทางบนเขาเลยเละเทะไปด้วยโคลนเดินยาก! สองสาวจับมือกันปีนป่ายขึ้นเขา เก็บเห็ดได้เพียบ แต่ตอนลงเขานี่สิ ชันกว่าขาขึ้นซะอีก พวกเธอล้มลุกคลุกคลานกันหลายรอบกว่าจะถึงบ้านโชคดีที่ไม่มีใครเจ็บ ทั้งคู่ก็มาถึงตีเขาได้อย่างปลอดภัย“น้องจิ่วเม่ย เห็ดพวกนี้เอาไปเลยนะ บ้านพี่กินไม่หมดหรอก” ยวี่เฟยยื่นตะกร้าให้ “เอาไปทำน ้าพริกเห็ดได้เลย”ยวี่เฟยเหลือเห็ดไว้บ้านเพียงแค่ชามเดียวให้พอกินมื้อเดียว ส่วนที่เหลือยกให้อันจิ่วเม่ยทั้งหมด ในชนบทที่ไม่มีตู้เย็น เก็บเห็ดไว้ก็ไม่นานนัก และบ้านเธอก็ไม่มีอุปกรณ์ทำน ้าพริกเห็ดด้วย การยกให้จิ่วเม่ยจึงถือเป็นการตอบแทนเล็ก ๆ น้อย ๆ สำหรับความช่วยเหลือของเธอ“ขอบใจนะพี่เฟย!” อันจิ่วเม่ยยิ้มพลางนึกถึงอีกเรื่อง “อ้อ พี่ ลูกหมาที่บ้านหย่านมแล้วใช่ไหม พรุ่งนี้ฉันไปรับได้ไหม?”ลูกสุนัขน้อยโตไวราวกับติดจรวด! เพียงแค่กินอาหารเอ