งได้ก็พร้อมจะถูกอุ้มไปบ้านใหม่แล้ว
ยวี่เฟยถอนหายใจแล้วตอบ “จริง ๆ หย่านมได้ตั้งแต่สองวันก่อนแล้วล่ะ แต่พ่อยังทำใจไม่ค่อยได้ อยากเก็บไว้กอดอีกสองสามวัน ถ้าไม่อย่างนั้นฉันคงเอาไปส่งให้เธอตั้งแต่วันก่อนแล้ว!”อันจิ่วเม่ยยิ้มขำ เธอรู้ดีว่าพ่อของยวี่เฟยรักหมาเป็นชีวิตจิตใจ“งั้นเดี๋ยวเย็นนี้ฉันจะไปอุ้มเองนะ!” อันจิ่วเม่ยตอบอย่างร่าเริง “ให้ลุงเจี้ยนกั๋วได้เอ็นดูอีกสักหน่อยก็แล้วกัน!”“ได้เลย ฉันจะรีบกลับไปบอกพ่อเดี๋ยวนี้!” ยวี่เฟยรับปากอย่างกระตือรือร้น จากนั้นทั้งสองก็แยกย้ายกันกลับบ่ายสามโมงกว่า ๆ อันจิ่วเมย่ไม่ได้นั่งรอเฉยๆ เธอลงมือล้างเห็ดกองโตในลานบ้าน โชคดีที่ย่าอันมาช่วย เพราะมีเห็ดเยอะมากและล้างยากสุด ๆ กว่าจะเสร็จก็เล่นเอาเหนื่อยหอบไปสองชั่วโมง!หลังจากนำเห็ดสะอาดไปตาก อันจิ่วเม่ยก็รีบไปทำอาหารเย็น ย่าอันช่วยเด็ดผัก ย่าหลานคู่นี้ทำงานร่วมกันราวกับเป็นคู่หูที่รู้ใจกันทันใดนั้น เสียงตะโกนก็ดังมาจากนอกบ้าน “มีใครอยู่ไหมครับ?นี่ใช่บ้านของสหายอันจิ่วเม่ยใช่มั้ยครับ?”อันจิ่วเม่ยรีบเช็ดมือแล้ววิ่งออกไปดู เธอเปิดด้วยความสงสัย “ใช่ค่ะ มีอะไรให้ช่วยมั้ยคะ?…”
ทันทีประตูเปิดออกอันจิ่วเม่ยก็เบิกตากว้าง คนที่มาเคาะประตูบ้านเธอคือหนุ่มหล่อในชุดทำงานสุดเนี้ยบ ราวกับหลุดออกมาจากนิตยสารแฟชั่น!อันจิ่วเม่ยยืนนิ่ง กะพริบตาปริบ ๆ พลางคิดในใจ ‘นี่มันหน้าตาระดับพระเอกซี่รียส์ที่เธอดูตอนโลกเก่าเลยนะ’แต่ด้ว