ด้วยความมีน ้าใจล้นเหลืออันจิ่วเม่ยจึงหยิบผักกาดขาวหัวหนึ่งจากตะกร้าหลังส่งให้พนักงานขายคนนั้น พร้อมกล่าวด้วยรอยยิ้มสดใส“ขอบคุณมากนะคะ นี่เป็นน ้าใจเล็ก ๆ น้อย ๆ จากฉัน อย่าได้รังเกียจเลยนะคะ”แล้วอันจิ่วเม่ยก็จากไปด้วยรอยยิ้มที่สว่างไสว เจียวซื่อมองผักกาดเขียวสดในมือตัวเองอย่างงุนงง ทำไมผักกาดธรรมดา ๆ ถึงได้ดูน่ากินขนาดนี้? เธอแอบกลืนน ้าลายเฮือกใหญ่ ขณะที่สายตายังจับจ้องอยู่ที่ผักใบเขียวสด“สงสัยจะเป็นญาติของฟางหรูแน่ ๆ เลย เป็นคนที่ใจกว้างจริง ๆ ”พนักงานขายอีกคนพูดขึ้นมาด้วยความอิจฉานิด ๆ“ไม่แปลกใจเลยที่ฟางหรูจะสนิทกับเธอขนาดนี้” เจียวซื่อพยักหน้าเห็นด้วย “จริงด้วย ไม่แปลกใจเลยที่ฟางหรูพูดถึงเธอทุกวัน ถ้าฉันมีน้องสาวแบบนี้บ้าง คงอยากคุยถึงตลอดเหมือนกัน!”เธอรีบเก็บผักเข้าที่อย่างทะนุถนอม พลางคิดในใจว่าคืนนี้จะต้องรีบกลับไปทำอาหารด้วยผักพิเศษนี้ให้ได้ส่วนอันจิ่วเม่ยหลังจากออกจากร้านสหกรณ์ก็ไม่ได้กลับบ้านทันที เธอตัดสินใจเดินทางต่อไปยังบ้านเลขที่ 179 ตรอก 47 ตามที่อยู่ที่เธอเคยบอกเพราะอยากส่งของให้ถึงมือผู้รับด้วยตัวเอง
อันจิ่วเม่ยปั่นจักรยายมาหยุดหน้าประตูที่มีเลข ‘179’ ไว้บนประตูเะอเห็นว่าประตูไม่ได้ถูกล็อกจากข้างนอกแสดงว่ามีคนอยู่บ้านอันจิ่วเม่ยจอดจักรยานไว้ที่หน้าประตูอย่างระมัดระวัง ก่อนจะเคาะประตูด้วยความตื่นเต้นตอนแรกเงียบกริบ ไม่มีใครตอบ อันจิ่วเม่ยจึงเคาะอีกสองสามครั้งด้วยคว