ามกังวล คิดในใจว่าถ้าไม่มีใครตอบก็จะต้องกลับแล้วล่ะแต่แล้ว…เสียงแผ่วเบาก็ดังขึ้นจากข้างใน “ใครน่ะ?”แม้เสียงจะเบามาก แต่อันจิ่วเม่ยก็จำได้ทันทีว่าเป็นเสียงของฟางหรู! เธอจึงรีบตะโกนอย่างตื่นเต้น “พี่ฟางหรูฉันเองจ้ะ อันจิ่วเม่ย! ได้ยินว่าพี่ไม่สบาย ฉันเลยมาเยี่ยมค่ะ!”ฟางหรูดูเหมือนจะประหลาดใจที่เธอมา จึงเงียบไปครู่ใหญ่ก่อนตอบกลับมาว่า “รอสักครู่นะ” เสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังมาจากด้านในก่อนที่ประตูจะเปิดออกช้า ๆและแล้ว อันจิ่วเม่ยก็ต้องตกใจเมื่อเห็นฟางหรูที่ห่อหุ้มตัวเองมิดชิดราวกับหมีขั้วโลก ทั้ง ๆ ที่อากาศร้อนจัดขนาดนี้!ตอนแรกอันจิ่วเม่ยไม่ได้คิดอะไรมาก นึกว่าฟางหรูแค่เป็นไข้กลัวหนาว เธอเดินเข้าไปข้างในพลางพูดอย่างร่าเริง“วันนี้ฉันมาในเมือง คิดว่าจะแวะเอาผักมาฝากพนักงานขายของที่สหกรณ์ด้วย แต่ได้ยินคนบอกว่าพี่ไม่สบาย ฉันเลยแวะมาดู… เอ๊ะระวัง!”
เธอพูดยังไม่ทันจบประโยคฟางหรูที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็เซล้มไปข้างหน้าเหมือนต้นไม้ถูกโค่น! อันจิ่วเม่ยรีบพุ่งเข้าไปประคองอย่างว่องไว ช่วยพยุงเธอไว้ได้ทัน แต่แล้ว…ผ้าโพกหัวของฟางหรูก็หลุดออก เผยให้เห็นรอยช ้าน่ากลัวบนใบหน้าที่ลามไปถึงลำคอ!อันจิ่วเม่ยตาเบิกโพลงด้วยความตกใจ! เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายไม่ได้ป่วยธรรมดา แต่โดนทำร้ายชัด ๆ จากล่องรอยบนตัวของฟางหรูเห็นได้ชัดว่าเธอถูกทำร้ายอย่างไร้ความปราณี!“พี่ฟางหรู พี่…” อันจิ่วเม่ยอุทานด้วยความตกใจ สายตาเธอจับจ้องไปที่ร