้ไม่เชื่อฉันเลย!” เหวินฟู่ตะโกนเสียงดัง ใบหน้าแดงก ่าราวกับเพิ่งดื่มเหล้ามาอันจิ่วเม่ยยิ้มน้อยๆ ก่อนตอบเสียงเบา “ไม่เป็นไรหรอกคุณลุงเหวิน ใครไม่เชื่อก็ช่างเขา เราส่งโอกาสทองมาถึงปากแล้ว ถ้าไม่รู้จักคว้าไว้ก็อย่าโทษใครเลย”คำพูดนั้นทำเอาทุกคนอึ้งไป แต่ยังไม่ทันได้โต้ตอบอันจิ่วเม่ยก็พูดต่อทันที“พรุ่งนี้เช้ารถสหกรณ์จะมารับผัก ฉันคุยกับผู้นำหมู่บ้านแล้วเขาให้ราคาตามมาตรฐานโรงงาน ไม่ว่าจะมากหรือน้อย และทุกคนต้องส่งให้หมู่บ้านคนละหนึ่งเหมา ที่เหลือเป็นของตัวเอง”
“นี่คือธุรกิจที่ส่งมาถึงหน้าบ้าน ใครอยากร่วมก็มาลงชื่อกับฉันเดี๋ยวฉันจะไปดูผักในแปลงของทุกคน เป็นครั้งแรกที่เราร่วมมือกับสหกรณ์ ต้องแสดงความจริงใจ ผักคุณภาพไม่ดีแน่นอนว่าใช้ไม่ได้”ยังไม่ทันที่ใครจะตอบ พ่อของยวี่เฟยยกมือขึ้นก่อน“บ้านผมร่วมแน่นอน! แปลงผักบ้านผมใหญ่มาก กินไม่หมดอยู่แล้ว ได้เงินก็ดีสิ!”ช่วงนี้อันจิ่วเม่ยมักไปดูลูกสุนัขที่บ้านเขาบ่อยๆ ทำให้พวกเขารู้ว่าเธอเป็นเด็กที่น่าเชื่อถือมาก อีกทั้ง ผู้นำหมู่บ้านก็สนับสนุนแล้วแสดงว่าต้องเป็นเรื่องจริงแน่ๆ โอกาสดีขนาดนี้ มีแต่คนโง่เท่านั้นที่จะปฏิเสธพอมีคนเริ่มต้นคนอื่นๆ ก็เห็นด้วยตาม ๆ กันอันจิ่วเม่ย เห็นคนที่เพิ่งนินทาเธอยกมือด้วย จึงพูดทันทีว่า“ฉันเป็นคนใจแคบนะ ใครที่เคยมีเรื่องกับฉัน หรือนินทาฉัน ฉันไม่รับทั้งนั้น”พูดแบบนี้ทำเอาทุกคนวิพากษ์วิจารณ์กันใหญ่ รู้สึกว่าอันจิ่วเม่ยทำเ