ก็จะวิเศษสุด ๆ เลยค่ะ! แล้วหนูสัญญาว่าจะทุ่มเททำงานให้หมู่บ้านของเราต่อไป จะพยายามหาพันธมิตรมาร่วมมือกับเรามากขึ้นอีกเยอะเลย!”เหวินฟู่ถึงกับอึ้ง นึกในใจ เด็กคนนี้… กล้าคิดใหญ่จริง ๆ !
ใครจะคิดว่าเด็กสาวตัวเล็กๆ อย่าง อันจิ่วเม่ยจะมีความสามารถขนาดนี้ เจรจาข้อตกลงดี ๆ มาให้หมู่บ้านได้“ตกลง! งั้นก็ตามนี้”เหวินฟู่ตบต้นขาดังผัวะ ลุกพรวดขึ้นยืนเตรียมจะพุ่งออกไปข้างนอก“เหวินฟู่ คุณจะไปไหน!?”ไป๋ชิงร้องเสียงหลง นึกว่าคนแก่คนนี้ดีใจจนเสียสติ รีบคว้าแขนไว้“ไปไหนน่ะเหรอ?” เหวินฟู่หัวเราะร่า “ก็ไปเรียกคนที่กำลังทำงานในทุ่งกลับมาบอกเรื่องนี้สิ! เธอไม่รู้หรอกว่าตอนที่จิ่วเม่ยไปเรียกฉันที่ทุ่งนา พวกนั้นพูดจาน่าเกลียดแค่ไหน! ฉันจะไปให้พวกเขารู้ซะว่าอะไรเรียกว่าภัยจากปาก!”ทั้งเหวินฟู่และ อันจิ่วเม่ยต่างไม่พอใจพร้อมกัน คิดในใจว่าพวกนั้นจะได้งานดี ๆ ก็แปลกแล้ว!ส่วนอันจิ่วเม่ยเห็นท่าทางกระตือรือร้นของผู้นำหมู่ก็อดหัวเราะไม่ได้ก็ลุกขึ้นเตรียมตัวกลับบ้าน พูดอย่างร่าเริง“ฉันขอกลับบ้านไปบอกเรื่องนี้กับคุณย่าก่อนนะคะ เดี๋ยวค่อยไปที่ลานนวดข้าว!”การเรียกประชุมชาวบ้านทั้งหมดมักจะไปที่ลานนวดข้าว เพราะที่นั่นกว้างขวางเหมาะสำหรับให้คนยืน และสะดวกในการพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน!
ย่าอันนั่งสานตะกร้าอย่างขยันขันแข็ง ของใช้ในบ้านเสร็จหมดแล้ว เหลือแต่ที่สัญญาไว้กับบ้านยวี่เฟยทันใดนั้น เสียงกระดิ่งจักรยานดังแว่วมา พร้อมเสี