หลังจากออกจากร้านสหกรณ์ อันจิ่วเม่ยก็ขี่จักรยานมุ่งหน้าไปยังสถานีจัดการขยะประจำเมืองทันที เมื่อถึงสถานี เธอเข็นจักรยานเข้าไปจอดไว้ใต้ชายคาอย่างระมัดระวัง เพื่อเลี่ยงแดดที่แผดจ้าปกติแล้วลู่เหอจะออกไปขายของ เหลือเพียงผู้พิทักษ์กองขยะอย่างคุณปู่กุ้ยฉาง ที่ตอนนี้ยืนอยู่ท่ามกลางกองขยะ คัดแยกของอย่างตั้งใจ ของที่ยังใช้ได้ก็จะกองไว้ข้าง ๆ อย่างเรียบร้อย“สวัสดีค่ะคุณปู่!” อันจิ่วเม่ยหยิบห่อกระดาษจากตะกร้าจักรยานเดินยิ้มแย้มเข้าไปทักทายอย่างร่าเริงกุ้ยฉางหันมาตามเสียงเรียก พอเห็นว่าเป็นอันจิ่วเม่ย เขาก็ไม่ได้พูดอะไร แต่กลับเดินหายเข้าไปในบ้านพักของตนทันที“อ้าว?” อันจิ่วเม่ยอึ้งไปเล็กน้อย นึกสงสัยว่าคุณปู่ทำอะไรถึงจู่ ๆหายเข้าไปแบบนั้นไม่นานนัก กุ้ยฉางก็เดินออกมาพร้อมห่อกระดาษขนาดใหญ่แล้วยื่นให้อันจิ่วเม่ยทันที“ของขวัญขึ้นบ้านใหม่ ลู่เหอติดไปขายของ พวกฉันเลยไม่ได้ไปงานของเธอ ถือว่านี่เป็นของขวัญแทนก็แล้วกัน”ชายชราไม่พูดพล่าม ยื่นกระดาษห่อใหญ่มาใส่อ้อมกอดหญิงสาวแบบไม่ทันตั้งตัว
“ขอบคุณนะคะ” อันจิ่วเม่ยยิ้มกว้าง คลี่กระดาษออกดู พบว่าเป็นแจกันกระเบื้องสภาพดีเหมือนใหม่ ซึ่งถือว่าเป็นของที่หายากมากในยุคนี้เธอเงยหน้าขึ้นพูดด้วยสีหน้าขอบคุณ “หนูก็มีของมาฝากคุณปู่กับพี่ลู่เหมือนกันค่ะ วันนั้นไม่เห็นทั้งสองคน เลยคิดว่าคงยุ่งกัน นี่เป็นเนื้อผัดเค็ม เก็บไว้กินได้หลายวัน เอาไว้กินกันนะคะ”เธอยื่นห่อเนื้อ