หลี่เจียเฟิ่งเข้าใจความกังวลของเธอดี แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่ากู่เทียนเฉิงและคนอื่น ๆ ล้วนเป็นเพื่อนที่ผ่านเป็นผ่านตายมาด้วยกัน เป็นคนที่ไว้ใจได้และพร้อมจะช่วยเหลือ แต่เมื่อเธอตัดสินใจแบบนี้แล้ว เขาก็จะปล่อยให้เธอลองดูด้วยตัวเอง เพราะเชื่อว่าเธอเก่งกว่าที่คิดมากนัก“แผนของเธอที่จะให้หมู่บ้านร่วมมือกับร้านสหกรณ์นั้นเป็นความคิดที่ดีมาก” หลี่เจียเฟิ่งให้ความเห็น“มันจะช่วยเพิ่มรายได้ให้ชาวบ้านได้แน่ๆ แต่ผมกังวลว่าผักสดอาจไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีนัก เพราะไม่ใช่ทุกบ้านจะปลูกได้ตลอดปี ถ้าเป็นแค่การซื้อขายครั้งเดียว ก็อาจจะไม่คุ้มค่าเท่าไหร่?”อันจิ่วเม่ยยิ้มอย่างมีเลศนัย “ฉันมีวิธีแก้ปัญหานั้นแล้วล่ะ แต่ขอเก็บไว้เป็นความลับก่อนนะ รอให้สำเร็จแล้วจะบอก”หลี่เจียเฟิ่งหัวเราะชอบใจกับท่าทางลึกลับของเธอ เขาไม่ได้ซักไซ้ต่อ รู้ว่าเมื่อถึงเวลา เธอจะเล่าให้ฟังเอง ยังไงเสียเขาก็ต้องได้รู้อยู่ดีหลังจากพูดคุยกันเสร็จดวงตาของอันจิ่วเม่ยก็เริ่มหรี่ลงอย่างช้าๆ ความง่วงเข้าโจมตีเธออย่างไม่ปรานี ไม่นานนักเธอก็ดิ่งสู่ห้วงนิทราแต่จิตใต้สำนึกของเธอกลับตื่นตัวมุ่งหน้าสู่มิติทีุุ่ค้นเคยเสียงฝีเท้าของอันจิ่วเม่ยดังก้องในความเงียบ เธอตรงไปที่ชั้นหนังสือไม้เก่า หยิบคู่มือเพาะปลูกเล่มหนามาวางบนโต๊ะ นิ้วเรียวบาง
ค่อย ๆ พลิกหน้ากระดาษ ดวงตาคมกริบจับจ้องที่บทว่าด้วยการทำปุ๋ยและประโยชน์ของพืชแต่ละชนิด“ในยุคนี้ เราต้องหาพืชที่เหมาะกั