่บอกว่าจะหาโอกาสจัดการเธอ แต่ยังไม่ทันได้ลงมือก็เกิดเรื่องเสียก่อนนึกถึงเรื่องนี้แล้วซื่อหง ก็โมโหสุด ๆ ลูกชายสัญญาว่าจะทำงานนี้ให้เสร็จแล้วกลับมา แต่กลับทำงานไม่สำเร็จ ซ ้ายังทำให้ตัวเองเดือดร้อน ทำให้เธอต้องเป็นหนี้มากมายอีก
หากไม่ใช่เพราะความจำเป็น เธอคงไม่ต้องมาปีนกำแพงบ้านอันจิ่วเม่ยเพื่อขโมยของกินกลางดึกจนต้องมาตกอยู่ในสภาพน่าอนาถเช่นนี้คนอื่น ๆ ไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริงในคำพูดของอันจิ่วเม่ยพวกเขาคิดว่าเธอแค่เตือนแม่เลี้ยงตนเองให้สั่งสมบุญกุศลเพื่อลูกชาย จึงพากันตำหนิ ซื่อหงอย่างเอาเป็นเอาตายแต่ก็ยังมีคนพยายามเกลี้ยกล่อมอันจิ่วเม่ยไม่ควรตัดญาติขาดมิตร เพราะมันโหดร้ายเกินไปอันจิ่วเม่ยรู้ดีว่าจังหวะนี้แหละ! ที่เธอต้องบีบน ้าตาร้องไห้แล้วอันจิ่วเม่ยแอบหยิกขาตัวเองเบา ๆ เหมือนเคย น ้าตาก็เอ่อคลอเบ้า เธอเบะปากพูดว่า “คุณลุงคุณป้าทั้งหลาย ฉันเข้าใจเหตุผลที่พวกท่านพูดทั้งหมด แต่ถ้าไม่ถึงที่สุดจริง ๆ ฉันก็คงไม่ตัดสินใจตัดญาติขาดมิตรหรอกค่ะ”“ฉันเรียกเธอว่าแม่มาสิบกว่าปี แต่เธอไม่เคยดีกับฉันเลยสักวันไม่ให้ฉันเรียนหนังสือ ตีหนูให้ไปทำงานตั้งแต่เด็ก ฉันออกไปทำงานหาเงินมาหลายปี ในขณะที่เธอกับลูกชาย อยู่บ้านสบาย ๆ ฉันคนเดียวเลี้ยงดูทุกคน แต่เธอยังกล้าพูดว่าเธอเลี้ยงดูฉันมา”“ส่วนย่าของฉัน ตั้งแต่เธอเข้ามาในบ้าน ย่าก็ถูกรังแกตลอด เธอแช่งย่าของฉันทุกวัน ชอบบอกว่าย่าไม่ยอมตายสักที แม้แต่ตอนน