ี้ต่อ
หน้าคนมากมาย เธอก็ยังกล้าด่าและข่มขู่ย่า บางครั้งที่ฉันไม่อยู่บ้านเธอก็อาจจะทุบตีย่าเหมือนกัน”“แต่ก่อนฉันยังเด็ก ไม่รู้เรื่องรู้ราว ไม่กล้าทำอะไร ได้แต่ทนให้เธอรังแก แต่ตอนนี้ฉันแต่งงานแล้ว ไม่ใช่คนไร้ที่พึ่งเหมือนเมื่อก่อนฉันเลยคิดว่า ตัดญาติไปเลยดีกว่า ฉันแค่อยากดูแลย่าให้ดี ไม่กล้าคิดอะไรมากไปกว่านั้น”เธอพูดทั้งน ้าตา บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความเศร้าและความเจ็บปวด เรื่องราวชีวิตที่เธอต้องเผชิญมาตั้งแต่เด็กซึ่งทุกคนได้เห็นกับตา ทำให้ไม่มีใครกล้าเอ่ยคำเกลี้ยกล่อมเธออีก เหมือนดังคำกล่าวที่ว่า‘หากไม่รู้ทุกข์ของผู้อื่น จงอย่าผลีผลามสั่งสอน’หลังจากต่อสู้กับความรู้สึกขัดแย้งในใจมายาวนาน ในที่สุดชาวบ้านก็ตัดสินใจไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวเรื่องนี้อีก เพราะแม้ว่าพวกเขาจะพยายามห้ามไม่ให้อันจิ่วเม่ยตัดขาดกับแม่เลี้ยง แต่วันพรุ่งนี้ ซื่อหงก็คงกลับมาทำเรื่องเดิมอีกอยู่ดียิ่งไปกว่านั้น ซื่อหงมีชื่อเสียงเรื่องการลักขโมย พรุ่งนี้เธออาจไม่ใช่แค่ขโมยบ้านอันจิ่วเม่ย แต่อาจลอบย่องเข้าไปในบ้านพวกเขาเอง ใครกันจะอยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น?คิดได้ดังนั้น จู่ ๆ ก็มีคนพูดขึ้นมาว่า “ผู้นำหมู่บ้านครับ ปล่อยให้อันจิ่วเม่ยตัดญาติไปเถอะ เจอแม่เลี้ยงแบบนี้ใครเจอก็ซวยทั้งนั้น เรา
ก็ไม่รู้จะพูดอะไรแล้ว แถมซื่อหงก็ทำแบบนี้บ่อย ๆ เราก็ใจดีไม่เอาเรื่องมาหลายครั้งแล้ว แต่ถ้ามีครั้งหน้าอีก หมู่บ้านเราคงรับไม่ไหวแล้วน