ลันเอามือปิดปากแล้ววิ่งเข้าไปในห้อง ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเธอกำลังร้องไห้จ้าละหวั่นอีกแล้วเจียลี่มองพ่อของเธอด้วยสายตาหวาดกลัว กลัวว่าพ่อจะเป็นเหมือนแม่ที่จะระบายอารมณ์ใส่เธอ แต่หลี่ฉีหมิ่นยังคงนิ่งเงียบแม้เจียลี่จะเป็นเด็กแสบยามอยู่ข้างนอก แต่เมื่ออยู่ในบ้าน เธอไม่ต่างอะไรกับเสวี่ยเหยาและซานซานที่มักถูกพี่สะใภ้ใหญ่ใช้งานอวี้หลันตามใจทุกอย่างก็จริง แต่ก็มักจะบังคับให้เธอไปเอาใจป้าสะใภ้ หากเธอดื้อดึงไม่ทำตาม ก็จะถูกแม่ทำโทษทุกครั้งแต่หลี่ฉีหมิ่นไม่ใช่คนที่จะระบายอารมณ์กับลูก เขาโบกมือแล้วพูดเสียงเรียบว่า “ไปช่วยทำอาหารกันเถอะ สิ่งที่แม่ของลูกพูด อย่าไปใส่ใจมากนัก”เจียลี่พยักหน้าทันที ก่อนจะวิ่งเข้าไปในครัวเพื่อช่วยคนอื่น ๆทำกับข้าวบรรยากาศในบ้านตระกูลหลี่ตอนนี้ช่างอึมครึมราวกับมีเมฆดำปกคลุม เสียงสาปแช่งจากมุมหนึ่งดังแว่วมาเป็นระยะ ๆ แต่กลับไม่มีใครใส่ใจ เพราะนี่เป็นเรื่องปกติ นับตั้งแต่ที่หลี่เจียเฟิ่งแยกครอบครัวออกไป
…ที่บ้านใหม่ของหลี่เจียเฟิ่ง ในที่สุดพวกเขาก็มีบ้านเป็นของตัวเองสักที วันนี้ถือเป็นวันพิเศษเพราะเป็นการใช้ครัวในบ้านหลังใหม่ครั้งแรกอันจิ่วเม่ยจึงตื่นเต้นและกระตือรือร้นราวกับแม่ไก่ที่เพิ่งออกไข่ใบแรก เธอหมุนตัวไปมาในครัว เตรียมวัตถุดิบด้วยความคล่องแคล่วอย่างมีความสุขหลี่เจียเฟิ่งได้ไก่ป่าสามตัว ตัวหนึ่งเขาเอาไปฝากลุงมู่เฉินที่อยู่บ้านใกล้ ๆ เป็นการแสดงน ้าใจ ส่วนอีกสองตัว