รัวหลี่เจียเฟิ่งหลี่ฉีหมิ่นนึกถึงวันวานที่เขาและน้องสามเคยเล่นขี่ม้าส่งเมฆด้วยกัน ความทรงจำเหล่านั้นยังชัดเจน
เขารู้ดีว่าน้องสามต้องลำบากแค่ไหน ตอนนี้ครอบครัวของพวกเขาได้เปรียบมาหลายปีแล้ว เขาไม่อยากเพิ่มความปวดหัวให้น้องชายอีก ทั้งที่ต่างคนต่างแยกครอบครัวกันแล้ว“ถึงฉันจะไม่ใช่คนเก่ง แต่ก็รู้จักแยกแยะอะไรควรไม่ควร ลูกของฉัน ฉันเลี้ยงเองได้ ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาช่วย” หลี่ฉีหมิ่นพูดด้วยน ้าเสียงสงบ แต่เต็มไปด้วยความตั้งใจคำพูดนั้นเหมือนตบหน้าอวี้หลันฉาดใหญ่ เธอจ้องสามีด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยน ้าตา แล้วถามอย่างสะอื้น “เป็นเพราะฉันไม่สามารถให้กำเนิดลูกชายได้ใช่ไหม? คุณถึงไม่อยากทำเรื่องพวกนี้เพราะรู้อยู่แก่ใจว่ายังไงก็ไม่มีทางสู้ครอบครัวพี่ใหญ่ได้!”สีหน้าของหลี่ฉีหมิ่นแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาในทันที เขาไม่เคยสนใจเรื่องการมีลูกชายหรือลูกสาว ลูกของเขาก็คือเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาเหมือนกัน ไม่ว่าชายหรือหญิงแต่ภรรยาของเขาไม่คิดเช่นนั้น หลายปีมานี้อวี้หลันหมกมุ่นอยู่กับการมีลูกชายราวกับเป็นความคิดฝังหัว เธอพยายามยุยงให้เจียลี่ลูกสาวของพวกเขา ไปสนิทกับพี่สะใภ้ใหญ่จนซึมซับนิสัยแย่ ๆ มาด้วย“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับลูกชายหรือลูกสาวเลย เธอพูดอย่างมีเหตุผลหน่อยได้ไหม?”
หลี่ฉีหมิ่นพยายามอธิบายอย่างอดทน แต่การไม่มีลูกชายกลายเป็นความหมกมุ่นที่อวี้หลันไม่อาจปล่อยวาง ยิ่งได้ยินคำพูดของสามี เธอก็ยิ่งเสียใจอวี้ห