วเราทั้งนั้น…” เธอตอบด้วยความไม่พอใจหลี่ฉีหมิ่นตัดบทอย่างห้วน ๆ “เธอก็รู้ดีว่าสถานการณ์ของเจ้าสามเป็นยังไง เขามีครอบครัวของเขาแล้ว จะไปพึ่งเขาอีกทำไม เอาเวลาไปตั้งใจทำงาน เก็บคะแนน จะดีกว่าไหม?”คำพูดเหล่านั้นทำให้อวี้หลันเสียใจจนน ้าตาคลอ เธอไม่รู้ว่าตัวเองเสียดายกี่ร้อยกี่พันครั้งแล้วที่ตัดสินใจแต่งงานกับผู้ชายหัวดื้อคนนี้ อยู่ในครอบครัวเดียวกันแท้ ๆ แต่กลับไม่ยอมแย่งชิงผลประโยชน์อะไรเลย
แม้ผลประโยชน์ดี ๆ จะผ่านเข้ามาบ้าง แต่ไม่เคยมาถึงครอบครัวของพวกเขาสักครั้ง ชีวิตของพวกเขาแร้นแค้นยิ่งกว่าขอทาน แต่สามีก็ไม่ยอมประจบประแจงพ่อแม่ไม่ยอมแม้แต่จะเอ่ยปากขอแบ่งผลประโยชน์อะไรจากพวกท่านเลย ทำให้เธอต้องพลอยลำบากไปด้วย ราวกับต้องคลานไปบนกองถ่านร้อน ๆ ทุกวันความลำบากนี้ทำให้อวี้หลันคิดว่าชีวิตที่ต้องอยู่กับหลี่ฉีหมิ่น ผู้ไม่ทะเยอทะยานและหัวแข็งเช่นนี้ เป็นสาเหตุที่ทำให้ร่างกายของเธอไม่แข็งแรง เปรียบเสมือนต้นไม้ที่ขาดน ้าจนไม่สามารถให้กำเนิดลูกชายได้ ชีวิตของเธอช่างน่าอนาถและสิ้นหวังเหลือเกินหลี่ฉีหมิ่นส่ายหัวอย่างระอา เมื่อเห็นว่าภรรยาของเขาไปเรียนรู้‘การจิกกัด’ จากพี่สะใภ้อีกแล้วเขาพยายามเตือนจนปากเปียกปากแฉะว่าอย่าไปยุ่งกับเรื่องพวกนั้น แต่ดูเหมือนอวี้หลันจะไม่ฟัง เธอยังยืนกรานว่า บ้านพี่ชายคนโตได้เปรียบเพราะทำตัวเป็นพวกกัดไม่ปล่อย เธอจึงตั้งใจจะเรียนรู้จากพวกเขา และไปร่วมก่อเรื่องกับครอบค