ซ่อนไว้มานานปีออกมา นิ้วมือลูบไล้วัตถุล ้าค่าอย่างทะนุถนอมราวกับแม่โอบกอดลูกน้อยดวงตาคู่เก่าคร ่าฉายแววโกรธแค้นขณะนึกถึงลูกชายโง่เขลาของตน ที่เอาความลับสำคัญไปเล่าให้ซื่อหงฟังจนหมดเปลือกแม้แต่เรื่องปิ่นหยกชิ้นนี้ก็ยังบอกไป! ช่างไม่รู้เลยว่ากำลังผลักอันจิ่วเม่ยเข้าสู่หายนะตอนนี้ซื่อหงคงกำลังวางแผนชั่วร้ายอยู่แน่ ๆ ถ้าปล่อยไว้คงไม่จบแค่นี้แน่ เธอจะต้องหยุดแผนชั่ว ๆ ของซื่อหงให้ได้ย่าอันนั่งครุ่นคิดบนเตียงทั้งคืน สมองหมุนติ้วราวกับลูกข่างที่ไม่มีวันหยุด เงาของหญิงชราทอดยาวบนผนังตามแสงจันทร์ที่ค่อยๆเคลื่อนผ่านจนกระทั่งแสงอรุณสาดส่องผ่านหน้าต่าง ทาบทาลงบนร่างของหญิงชราที่นั่งมองปิ่นหยกในมือ ดวงตาที่เคยอ่อนล้าเปลี่ยนเป็น
ประกายแน่วแน่ ราวกับว่าความคิดที่วนเวียนมาทั้งคืนได้ตกผลึกเป็นแผนการที่แน่ชัดรุ่งเช้าวันใหม่ ซื่อหงลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมกับความเจ็บปวดที่แล่นปราดไปทั่วใบหน้า โดยเฉพาะบริเวณริมฝีปากที่บวมช ้าเธอลุกขึ้นนั่งบนเตียง มือลูบใบหน้าอย่างระมัดระวัง ก่อนจะส่งเสียงครางเบาๆ ด้วยความเจ็บปวด“โอ๊ย… ยายแก่บ้า!” ซื่อหงสบถเบา ๆ ขณะที่พยายามคิดหาวิธีปกปิดร่องรอยบนใบหน้าสายตาของเธอเหลือบไปเห็นผ้าโพกศีรษะผืนเก่าที่แขวนอยู่มุมห้อง ความคิดหนึ่งแวบเข้ามาในหัว เธอคว้าผ้าผืนนั้นมาพันรอบศีรษะและใบหน้าอย่างมิดชิด จนดูคล้ายมัมมี่ในภาพยนตร์ตลก“ดีแล้ว… อย่างน้อยก็ไม่มีใครเห็นหน้าฉันในสภาพนี้” ซื่อหงพึม