ูด ท่านก็คงพูดเองนั่นแหละ คุณไม่ต้องทำตัวเป็นนกพิราบส่งข่าวหรอกนะ”“…” คำตอบนั้นทำให้หลี่เจียเฟิ่งเงียบไปทันที เขาก้มหน้ากินข้าวต่อโดยไม่พูดอะไรอีกในใจของอันจิ่วเม่ยรู้ดีว่าตัวเองเป็นคนปากไว และไม่ตั้งใจจะพูดจาแขวะเขา แต่เธอเองก็เป็นคนที่โกรธง่ายและไม่ลืมง่าย การทะเลาะกับย่าอันผ่านมาหลายวันแล้ว แต่เธอก็ยังรู้สึกเหมือนมีก้างติดคอ ไม่อาจลืมได้เสียที
การทรยศเป็นสิ่งที่เธอรับไม่ได้เด็ดขาด ที่ตอนนี้เธอยังทำดีกับคุณย่าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้ ก็นับว่าเธอใจดีเกินพอแล้วหลี่เจียเฟิ่งเข้าใจดีว่าความขัดแย้งระหว่างย่าหลานนี้ไม่ใช่เรื่องที่เขาควรไปยุ่ง เขาไม่ใช่คนที่จะให้อภัยแทนใครได้ ได้แต่หวังว่าความสัมพันธ์ระหว่างสองคนนี้จะดีขึ้นโดยเร็ว เพื่อให้บรรยากาศในบ้านกลับมาเป็นปกติ ไม่ตึงเครียดเหมือนอยู่ในสนามรบอีกต่อไปเมื่อบรรยากาศที่โต๊ะอาหารดูเงียบจนอึดอัด หลี่เจียเฟิ่งจึงตัดสินใจพูดขึ้น “พรุ่งนี้เราจะเริ่มขนของกันแล้ว ถ้าขาดอะไรบอกฉันนะ ฉันจะพยายามหาให้”น ้าเสียงของเขาเรียบเฉย ไม่เร่งเร้าอะไร แต่เป็นเสียงที่มาจากความตั้งใจจริงหลี่เจียเฟิ่งเป็นคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในกองทัพมาตลอด เขาไม่ค่อยเข้าใจว่าการเตรียมของสำหรับการย้ายบ้าน โดยเฉพาะการย้ายไปอยู่กับภรรยาในอนาคตนั้น ต้องจัดการอย่างไร เขาไม่อยากเดาเองแต่คิดว่าการถามเจ้าตัวคงจะดีที่สุด“ไม่ต้อง ๆ” อันจิ่วเม่ยโบกมือปฏิเสธทันที “ของที่มีตอนนี้ก็พอแล้ว แถ