ลงกลง่าย ๆ สมองอันว่องไวของเขาเริ่มครุ่นคิดทันทีว่าอันจิ่วเม่ยอาจซ่อนแผนการบางอย่างไว้เบื้องหลังท่าทีมีน ้าใจนี้“ขอบคุณสหายอันมาก นี่เป็นความคิดที่ดีมาก…” ลู่เหอเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “แต่ทำไมคุณถึงไม่คว้าโอกาสไว้เสียเอง แล้วกลับมาบอกผมแบบนี้ล่ะ?”ลู่เหอพูดทิ้งท้ายไว้อย่างมีเลศนัย โดยไม่สบตาอันจิ่วเม่ย แม้แต่น้อย แต่ยังคงจัดการกับข้าวของบนรถเข็นอย่างไม่ใส่ใจ“ฉันก็อยากทำเหมือนกันนะ” อันจิ่วเม่ยตอบกลับมาอย่างลึกลับ“แต่ดูเหมือนว่า…ยังไม่ถึงเวลาของฉัน”อันจิ่วเม่ยยังไม่กล้าเอ่ยปากเรื่องความร่วมมือกับเขา ด้วยใจที่เต้นตึกตัก เธอรู้ดีว่าตอนนี้ยังไม่มีอะไรในกอไผ่ การพูดออกไปคงเหมือนเด็กฝันกลางวัน ยังไงก็ต้องรอให้ตัวเองทำผลงานดี ๆ ออกมาก่อนค่อยคุยโวดีกว่า
ลู่เหอเป็นชายหนุ่มที่ฉลาดหลักแหลม เขาอ่านออกว่าสาวน้อยยังไม่พร้อมเปิดใจ เขาจึงไม่ได้รุกไล่ คิดในใจว่าหากได้ร่วมงานกับคนที่ฉลาดเช่นนี้คงสนุกไม่น้อย ธุรกิจต้องการคนที่คิดนอกกรอบแบบนี้แหละ ถึงจะทำให้ธุรกิจเติบโตได้“ฮ่า ๆ งั้นผมจะรอนะ” ลู่เหอ พยักหน้ายิ้ม ๆ ในใจเขาวางแผนจะเริ่มลุยโต้วทังตั้งแต่พรุ่งนี้ ใครทำก่อนย่อมรวยก่อน เขาต้องการพาคุณปู่ไปใช้ชีวิตดี ๆ ให้ได้อันจิ่วเม่ยเข็นจักรยานเดินเคียงข้างลู่เหอ ทั้งคู่คุยกันสนุกสนานหัวข้อวนเวียนอยู่กับเรื่องธุรกิจ อันจิ่วเม่ยรู้สึกประทับใจในไหวพริบของลู่เหอ จนเต็มไปด้วยความมั่นใจว่าการร่วมงานในอนา