คตต้องปังแน่ๆสองหนุ่มสาวเดินมาถึงปากทางเข้าหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว อันจิ่วเม่ยกระโดดโลดเต้นอย่างร่าเริง ทักทายผู้คนด้วยรอยยิ้มกว้างเกินหน้าเธอตั้งใจจะให้ทุกคนเห็นถึงความ ‘ยากจนแสนสาหัส’ ของตัวเอง ที่ต้องซื้อเฟอร์นิเจอร์มือสองมาใช้ชาวบ้านคนหนึ่งเห็นดังนั้นก็อดแขวะไม่ได้ เขาพูดด้วยน ้าเสียงเย้ยหยัน “โอ้โห! ดีจริงนะ ซื้อของมือสองยังมีคนมาส่งถึงบ้าน ช่างเป็นคนจนที่มีระดับเสียจริง ๆ”
แม้คำพูดจะฟังดูขำขัน แต่สีหน้าและแววตาที่แสดงความรังเกียจของเขาก็ซ่อนไม่มิด ราวกับกำลังสวมหน้ากากที่โปร่งใสให้เห็นถึงความรู้สึกที่แท้จริงเดิมทีพวกเขาอิจฉาที่อันจิ่วเม่ยได้อยู่ในบ้านใหม่ แต่พอเห็นเธอซื้อข้าวของเก่ามาใช้ ก็กลายเป็นว่าพวกเขากลับยิ่งมองเธอด้วยสายตาที่หมิ่นแคลนยิ่งขึ้น‘บ้านหลังใหม่เอี่ยม แต่ข้าวของเก่าโทรมน่าอาย คิดแล้วน่าสมเพชจริง ๆ’ พวกเขาคิดในใจอันจิ่วเม่ยแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินเสียงเยาะเย้ยนั้น เธอยังคงกระโดดโลดเต้นนำลู่เหอไปต่ออย่างร่าเริงเหมือนเด็กน้อยที่จะได้ของเล่นใหม่ดวงตาของเธอเปล่งประกายไปด้วยความสุข แม้ว่าแดดยามบ่ายจะร้อนระอุ คนงานในทุ่งนายังคงทำงานอย่างขยันขันแข็ง แต่มีเพียงคนว่างงานบางคนเท่านั้นที่เดินเตร็ดเตร่อยู่ในหมู่บ้านระหว่างทาง โชคร้ายที่อันจิ่วเม่ยกลับต้องเผชิญหน้ากับคู่อริเก่าเพ่ยอิงและห่าวอู๋ เขาเป็นลูกพี่ลูกน้องของเธอ ทั้งคู่เดินจูงมือกันอย่างสนิทสนม รอยยิ้มบนใบหน้าของเพ่ยอิงบ