เมื่ออันจิ่วเม่ยเดินเข้าไปในโกดังก็ต้องตะลึงงัน โกดังเก่าที่ดูจะพังได้ทุกเมื่อนี้ กลับซ่อนสมบัติล ้าค่าไว้ภายใน!เฟอร์นิเจอร์ไม้เนื้อดีที่เคยเป็นของเหล่าขุนนางหรือเศรษฐีชั้นสูงเมื่อหลายสิบปีก่อน ยังคงสภาพงดงามไร้ที่ติ ขัดเงาจนแวววาวราวกับเพิ่งออกจากโรงงานเมื่อวานหีบไม้สักสีเข้ม โต๊ะอาหารแกะสลักอย่างประณีต ทุกชิ้นมีรายละเอียดที่ประหนึ่งเป็นงานศิลปะแต่ทว่าอันจิ่วเม่ยกลับไม่สนใจของหรูหราพวกนี้เลยสักนิดดวงตาของเธอกลับกวาดมองไปยังมุมอื่น ราวกับกำลังมองหาอะไรที่ซ่อนอยู่ในเงามืดอันจิ่วเม่ยเดินช้า ๆ สำรวจทุกซอกทุกมุมเหมือนกำลังเล่นเกมหาสมบัติ แต่สิ่งที่เธอสนใจนั้นกลับเป็นเพียงของธรรมดา ๆ ที่คนทั่วไปใช้ในชีวิตประจำวันหลังจากสำรวจจนทั่ว อันจิ่วเม่ยก็ได้ขุมทรัพย์ที่ต้องการ เตียงไม้ที่ดูเหมือนจะพังได้ทุกเมื่อ โต๊ะขาเป๋ที่วางแล้วโยกเยก เก้าอี้ผุพังสองสามตัว และตู้เก่าคร ่าครึที่อาจมีผีสิงก็ได้เมื่ออันจิ่วเม่ยได้สิ่งที่ต้องการก็เดินตรงไปหาชายชราทันที “คุณปู่ค่ะ หนูจะเอาแค่นี้ ช่วยคิดเงินให้หนูหน่อยนะคะ?” เธอร้องขออย่างร่าเริง
กุ้ยฉางเหลือบมองเฟอร์นิเจอร์ที่เธอเลือกด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความฉงน คิดในใจว่า ‘เด็กสมัยนี้ช่างแปลกประหลาด ของดี ๆไม่เอา กลับชอบของพัง ๆ เนี่ยนะ’ แต่ก็ไม่กล้าถามอะไร ได้แต่ส่ายหัวอย่างอ่อนใจถ้าจำไม่ผิด เด็กสาวคนนี้ขี่จักรยานป้ายแดงมาอย่างสง่าผ่าเผยดูท่าทางไม่ใช่คนขัดสนเงินท