องเลยสักนิด แล้วทำไมถึงมาเลือกซื้อของเก่า ๆ พวกนี้กันนะ?ลู่เหอมองดูของที่เธอหยิบจับด้วยความสงสัย จึงอดถามไม่ได้“สหายอัน ทำไมคุณถึงเลือกของที่ดูเหมือนผ่านสงครามโลกมาแล้วล่ะ? ในโกดังยังมีของดี ๆ อีกตั้งเยอะ ลองเดินดูอีกรอบไหม?”อันจิวเม่ยยิ้มน้อย ๆ ขอบคุณความหวังดีของเขา “ใช้แค่นี้ก็พอแล้วค่ะ สามีของฉันไม่ค่อยอยู่บ้าน ถ้าใช้ของหรูหราเกินไปอาจจะทำให้คนอื่นเพ่งเล็งได้ ฉันไม่อยากให้ใครมานินทาลับหลัง”กุ้ยฉางถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะถามด้วยความตกใจ “หา? ยัยหนู เธอแต่งงานแล้วเหรอ?”“ใช่ค่ะ!” อันจิ่วเม่ยพยักหน้าอย่างภาคภูมิใจ “เพิ่งจะแต่งกันเมื่อไม่นานมานี้เองค่ะ”รอยยิ้มกว้างของชายชรา หดหายไปเหลือแค่ครึ่งเดียวในพริบตาราวกับโดนมือที่มองไม่เห็นมาฉกชิงความสุขไปครึ่งหนึ่ง
ตัวเลือกหลานสะใภ้สาวสวยที่เขาเพิ่งจะเล็งตาเขม็งไว้ก็บินหวือออกไปเสียแล้วในขณะที่กุ้ยฉางกำลังเสียดายว่าที่หลานสะใภ้ ลู่เหอกลับนิ่งเฉยเขาเพิ่งเจออันจิ่วเม่ยแค่สองครั้งเอง จะให้ปลื้มปริ่มเหมือนเจอคนรักที่พลัดพรากมานานก็คงไม่ได้ยิ่งไปกว่านั้น ในหัวของลู่เหอตอนนี้มีแต่ภาพธนบัตรและเหรียญเต็มไปหมด ราวกับเป็นธนาคารเคลื่อนที่ได้ เรื่องความรักชายหญิงอะไรนั่นคงต้องรอไปก่อนลู่เหอพยักหน้าเห็นด้วยกับการกระทำของอันจิ่วเม่ยด้วยสีหน้าเหมือนผู้เชี่ยวชาญด้านการประหยัด เขาพูดอย่างมีปรัชญาว่า“จริงๆ แล้วของพวกนี้ก็ไม่ได้เก่าขนาดนั้น ซ่อมแซมนิดหน่อยแ