ล้วทาน ้ามันทังก็ดูไม่ต่างจากของใหม่เท่าไหร่หรอก ประหยัดได้ตั้งเยอะ”“ฮิ ๆ ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน!” หัวเราะคิกคัก ดวงตาเป็นประกายวิบวับอันจิ่วเม่ยยิ้มกว้างพลางพูดต่อว่า “แต่ว่าวันนี้ฉันเลือกหนักมือไปหน่อย ได้ของมาเยอะเลย ฉันคนเดียวคงจะแบกกลับไปไม่ไหวแน่ ๆ ”เธอทำท่าครุ่นคิดแล้วตาเป็นประกาย “งั้นแบบนี้แล้วกัน คุณปู่ค่ะหนูจ่ายเงินก่อน แล้วพรุ่งนี้ฉันจะลากสามีมาช่วยขนของ เอ้ย! พาสามีมาช่วยขนของไป ได้ไหมคะ?”
พูดจบ อันจิ่วเม่ยเงยหน้ามองคุณปู่ด้วยสายตาออดอ้อน “คุณปู่ค่ะ ท่านคิดว่าของทั้งหมดนี้ควรคิดราคาเท่าไหร่ดีคะ? อย่าแพงนะคะหนูจะเป็นลูกค้าประจำเลยนะ”ชายชรานั่งพินิจพิเคราะห์ของเก่า ๆ ที่หญิงสาวเลือกมาวางตรงหน้า ดวงตาของเขาหรี่ลงเล็กน้อย แฝงไว้ด้วยความหนักใจอย่างเห็นได้ชัด‘โอ๊ย… ถ้าเธอเลือกของที่มีค่ากว่านี้สักหน่อย ฉันก็คงตั้งราคาได้ง่ายกว่านี้ แต่ดูสิ… ของพวกนี้มันเก่าเสียจนแทบไม่มีราคาเลย’ เขาคิดในใจ ขณะที่มองกองของตรงหน้าอย่างสับสนลู่เหออยากจะบอกว่าให้เธอฟรี ๆ ไปเลย แต่นึกถึงคำพูดที่เธอเพิ่งพูดไป จึงได้แต่กลืนน ้าลายอึกใหญ่ ไม่กล้าเอ่ยปากอะไร ได้แต่รอให้คุณปู่ตั้งราคาด้วยความใจเต้นตึกตักเวลาผ่านไปไม่กี่อึดใจ ชายชราก็เงยหน้าขึ้นมองเธอ ก่อนจะยิ้มบาง ๆ ที่มุมปาก สายตาอ่อนโยนผิดคาด“เอาล่ะ… เอาเป็นว่าห้าหยวนก็พอ” เขาเอ่ยเสียงนุ่ม “แถมหลังจากนี้ ถ้าเธอต้องการอะไรเพิ่ม ก็แวะมาหาฉันได้เลย ฉ