่งบอกถึงความพึงพอใจที่ได้พบอันจิ่วเม่ยในสภาพนี้อันจิ่วเม่ยพยายามเมินเฉย เดินผ่านพวกเขาไปโดยไม่แสดงท่าทีอะไร แต่เพ่ยอิงกลับยิ้มเหยียดและเดินเข้ามาหาเธอ ด้วยแววตาที่แฝงด้วยความเหนือกว่า
“ไม่ทันไร หางแกก็โผล่มาแล้วสินะ!” เพ่ยอิงตวาดด้วยน ้าเสียงที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน ดวงตาจับจ้องมาที่อันจิ่วเม่ยด้วยความเกลียดชัง“นี่ขนาดหลี่เจียเฟิ่งยังอยู่บ้านแท้ ๆ แกยังรีบร้อนไปหาผู้ชายคนอื่นเร็วขนาดนี้ ถ้าหลี่เจียเฟิ่งไม่อยู่ แกคงเหิมเกริมยิ่งกว่านี้แน่! นังจิ้งจอก!”ลู่เหอที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ขมวดคิ้วเล็กน้อย แววตาของเขาฉายแววไม่พอใจ แต่ก่อนที่จะได้พูดอะไร อันจิ่วเม่ยก็ยกมือห้ามเขาไว้ พร้อมกับหันมายิ้มหวานให้“รอสักครู่นะคะพี่ชายลู่” เสียงของเธอนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยความมั่นใจอันจิ่วเม่ยหันไปเผชิญหน้ากับเพ่ยอิง โต้กลับด้วยน ้าเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม “ฮึ! เธออาจจะเป็นแบบนั้น แต่ไม่ได้หมายความว่าคนอื่นจะต ่าตมเหมือนเธอนะ โชคดีจริง ๆ ที่ลูกพี่ลูกน้องของเธอไม่รังเกียจเธอ ถ้าเป็นคนอื่น ใครจะกล้าจับมือเธอโดยไม่กลัวติดเชื้อบ้าล่ะ?”คำพูดนั้นทำให้เพ่ยอิงอ้าปากค้างไปชั่วครู่ เธอไม่เคยคาดคิดว่าอันจิ่วเม่ยจะตอบโต้กลับมาอย่างเฉียบคมเช่นนี้ทั้งที่เธอเป็นคนเริ่มการเย้ยหยันก่อน แต่ตอนนี้กลับถูกสวนกลับจนแทบจะกลืนไม่เข้า คายไม่ออก
“ปากเก่งนักนะนังนี่!” เพ่ยอิงตะโกนด้วยความโกรธจัด ใบหน้าแดงกร ่า เธอกัดฟันแน่นก่อนจะพุ่งเข้