ช่วยเหลืออันจิ่วเม่ยอีกครั้งเขามองว่าอันจิ่วเม่ยเป็นคนที่น่าคบหาและมีน ้าใจ แถมเธอยังเคยช่วยชีวิตเขาไว้ในอดีต ดังนั้นการช่วยขนของครั้งนี้จึงถือเป็นเรื่องเล็กน้อยมากสำหรับเขาอันจิ่วเม่ยหัวเราะคิกคักเบา ๆ พร้อมกับเอ่ยด้วยน ้าเสียงขี้เล่น“ขอบคุณมาก ๆ นะคะ ที่บ้านมีจักรยานแค่คันเดียว ถึงสามีฉันจะมาก็คงไม่สะดวกขนย้าย”ลู่เหอยิ้มพลางตอบกลับอย่างร่าเริง “ไม่ต้องเกรงใจเลยครับ เรื่องแค่นี้เทียบไม่ได้กับที่คุณช่วยผมไว้เลย”เขามองเธอด้วยสายตาเต็มไปด้วยความรู้สึกขอบคุณ “อีกอย่าง… หลังจากที่คุณแนะนำวิธีขายเมล็ดแตงโมให้ผมเมื่อคราวก่อนตอนนี้ผมขายได้เยอะขึ้นมาก ผมก็ยังไม่ได้ขอบคุณคุณอย่างเป็นทางการเลยครับ”ลู่เหอพูดพลางยกเฟอร์นิเจอร์ที่เลือกไว้ขึ้นรถเข็น แล้วมัดด้วยเชือกให้แน่นหนาราวกับกำลังห่อของขวัญยักษ์ ท่าทางคล่องแคล่วเห็นได้ชัดว่าเขาคุ้นเคยกับงานแบบนี้อันจิ่วเม่ยหรี่ตามองลู่เหออย่างตื่นเต้น เหมือนมีแผนการบางอย่างผุดขึ้นมาในหัว เธอก้มหน้าก้มตาคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนเงยหน้า
ขึ้นพูดด้วยรอยยิ้มกว้าง “ลองทำ ‘โต้วถัง’ ขายดูสิ คนจะต้องชอบแน่ๆ”“ช่วงนี้อากาศร้อนมาก การกินเมล็ดแตงโมทำให้ร่างกายร้อนได้ง่าย สหายลู่อาจจะลองขายของที่เหมาะกับอากาศแบบนี้ด้วยก็ได้นะ… เอาไปขายหน้าโรงงาน รับรองว่าต้องขายดีแน่ ๆ”ลู่เหอขมวดคิ้วเล็กน้อย “โต้วถัง? ผมเคยได้ยินแต่ไม่เคยกินนะ”อันจิ่วเม่ยหัวเราะเบา ๆ “มันคือถั่วต้มน ้าตาล สห