ลู่เหอชะงักฝีเท้าทันควัน หันขวับกลับมาอย่างตกใจ สายตาเหลือบมองไปรอบ ๆ ก่อนจะเห็นร่างบางของเด็กสาวที่ยืนโบกมือท่ามกลางกองขยะรุงรังใบหน้าของเธอเปล่งประกายด้วยรอยยิ้มสดใสราวกับดอกไม้ที่เบ่งบานท่ามกลางกองเศษซาก ภาพนี้ช่างตราตรึงใจจนยากที่ใครจะลืมเลือน“เอ้ สหายหญิงในตลาดนี่!” ลู่เหอ อุทานพร้อมกับเดินเข้ามาหาอันจิ่วเม่ย ด้วยสีหน้าประหลาดใจ“สหายหญิง คุณมาทำอะไรในที่แบบนี้ครับ?”อันจิ่วเม่ยหัวเราะคิกคัก ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับด้วยความตื่นเต้น เธอยิ้มกว้างพลางแนะนำตัว“ฉันชื่ออันจิ่วเม่ยค่ะ นับว่าเป็นโชคชะตาจริง ๆ ที่ได้เจอสหายอีกครั้ง”ลู่เหอเผยรอยยิ้มอ่อนโยนก่อนจะเอ่ยขึ้น “ผมชื่อลู่เหอครับ…” แต่แล้วเขาก็ชะงักไปเมื่อนึกได้ว่าอันจิ่วเม่ยรู้จักชื่อเขาอยู่แล้ว เขาจึงเกาศีรษะเบา ๆ ด้วยความเขิน“เอ่อ… ผมลืมไปว่าสหายอันรู้จักผมแล้ว”
อันจิ่วเม่ยหัวเราะคิกคัก “ฉันเพิ่งสร้างบ้านใหม่เสร็จ แต่ของตกแต่งใหม่ ๆ มันแพงเกินไป เลยคิดว่าจะมาหาของเก่าดี ๆ จากที่นี่ดูน่ะ”“แถมคุณตาที่ดูแลที่นี่น่ารักมากเลย! บอกว่าอะไรที่ฉันหยิบได้เอากลับบ้านได้หมดเลย! ไม่คิดเงินด้วยนะ!”อันจิ่วเม่ยพูดด้วยรอยยิ้มกว้าง ไม่ได้บอกความจริงว่าคุณตาไม่ยอมขายให้ แต่กลับชมว่าคุณตาใจดีแทนลู่เหอขมวดคิ้วเล็กน้อย ความประหลาดใจฉายชัดบนใบหน้าเขาไม่เคยได้ยินว่าปู่ของเขาจะใจดีขนาดนี้มาก่อน ปู่ของเขาที่เขารู้จักนั้นเป็นเหมือนนักล่าขยะตัวยงเขาชอบออ