ลี่เจียเฟิ่ง ฉันจัดบ้านเสร็จเรียบร้อยแล้ว” อันจิ่วเม่ยกล่าวด้วยรอยยิ้มที่แฝงความภาคภูมิใจ “ถึงเวลาต้องไปซื้อของเข้าบ้านแล้ว ถ้าวันนี้คุณว่าง เราไปเดินดูเฟอร์นิเจอร์กันเถอะ”หลี่เจียเฟิ่งรู้ดีว่าอันจิ่วเม่ยเป็นคนที่รักอิสระ คล้ายกับนกน้อยที่ชอบบินไปเที่ยวเล่น
อีกทั้งตอนนี้ เงินในบ้านก็อยู่ในมือของเธอ เหมือนเธอเป็นธนาคารส่วนตัว การซื้อเฟอร์นิเจอร์ใหม่คงไม่เป็นปัญหา แต่ขณะที่เขากำลังคิด อันจิ่วเม่ยก็ผุดไอเดียใหม่ขึ้นมา“เราไม่ต้องซื้อเฟอร์นิเจอร์ใหม่ทั้งหมดหรอกนะ” เธอเอ่ยด้วยรอยยิ้มที่เหมือนคิดแผนการบางอย่างในใจ“พวกเราเพิ่งสร้างบ้านเสร็จ ถ้าซื้อเฟอร์นิเจอร์ใหม่หมดทุกชิ้นบ้านเราก็จะดูเด่นเกินไป เหมือนนกยูงอวดหางท่ามกลางฝูงไก่ เรามาลองซื้อเฟอร์นิเจอร์มือสองมาใช้ก่อนดีกว่า คุณว่าไง?”“เราลองซื้อเฟอร์นิเจอร์มือสองมาใช้ก่อนดีกว่าไหม คุณคิดว่าไง?” อันจิ่วเม่ยเสนอด้วยน ้าเสียงที่แฝงความคึกคักหลี่เจียเฟิ่งพยักหน้ารับอย่างง่ายดาย สำหรับเขา เฟอร์นิเจอร์จะใหม่หรือเก่าก็ไม่สำคัญ ขอแค่มีที่นอนนุ่ม ๆ ให้พักผ่อนก็เพียงพอแล้ว“อยู่ที่ไหนก็เหมือนกันแหละ ขอให้ได้นอนสบายก็พอแล้ว” เขาพูดอย่างเรียบง่าย อีกอย่าง ถ้าอันจิ่วเม่ยชอบ ต่อให้เธออยากซื้อเก้าอี้ที่ทำจากกระป๋องนม เขาก็ไม่มีทางขัด“งั้นรอฉันไปถามคนรู้จักก่อนว่ามีที่ไหนขายเฟอร์นิเจอร์มือสองบ้าง ” หลี่เจียเฟิ่งเสริม พลางนึกถึงร้านขายของเก่า ๆ ที่เขาเคยผ่าน