หลี่เจียเฟิ่งมองภรรยาด้วยรอยยิ้ม อดรู้สึกภูมิใจในตัวเธอไม่ได้ความมุ่งมั่นและความชาญฉลาดของอันจิ่วเม่ยคือพลังที่ขับเคลื่อนชีวิตใหม่ของพวกเขาบ้านหลังนี้ไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัยแต่เป็นจุดเริ่มต้นของความมั่นคงและความสุขในอนาคตหลี่เจียเฟิ่ง ส่ายหน้า “ไม่เอา กำแพงดินปลอดภัยกว่า เดี๋ยวฉันไปหาดินเหนียวมา สามวันก็น่าจะเสร็จ”เขากังวลว่าถ้าไม่อยู่บ้านรั้วไม้ไผ่ก็ไม่ปลอดภัย โดยเฉพาะคนบ้าๆ อย่างเพ่ยอิงมาเข้ามาป่วนอีก“ได้ ฉันจะทำตามที่คุณบอก” อันจิ่วเม่ย ตอบรับอย่างว่าง่าย แต่ในใจกลับคิดต่างอันจิ่วเม่ยรู้ดีว่ารั้วไม้ไผ่นั้นบางเบาราวกับใบไม้แห้ง แต่ก็กลัวว่าถ้าสร้างกำแพงหนาเตอะจะทำให้ชาวบ้านอิจฉาจนควันออกหูอันจิ่วเม่ยรู้ดีว่ารั้วไม้ไผ่ที่มีอยู่นั้นบางเบาและเปราะบางไม่ต่างจากใบไม้แห้ง หากเกิดลมแรงขึ้นมาเมื่อไหร่ก็คงพังได้ในพริบตาแต่ในใจก็ยังมีความกังวลลึก ๆ ถ้าหากสร้างกำแพงที่ดูแข็งแรงและโดดเด่นจนเกินไป คนในหมู่บ้านอาจพากันอิจฉาจนแทบจะควันออกหูกันไปหมด
และเธอเองก็ไม่อยากอาศัยอยู่ท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความอิจฉาริษยาของผู้คนในละแวกนี้ในขณะที่เธอกำลังครุ่นคิด หาทางออกอย่างระมัดระวัง สุดท้ายเธอก็นึกได้ว่าปัจจุบันผู้คนในหมู่บ้านหันมาใช้อิฐดินเหนียวราคาถูกที่มีความแข็งแรง แต่ยังคงดูเรียบง่าย ไม่โดดเด่นจนเกินไป มันเป็นทางเลือกที่ดูธรรมดา ไม่ดึงดูดสายตาผู้ใดให้มาสอดส่องตกเย็น ทั้งอันจิ่วเม่ยและหลี่เจียเฟ