้าเสียงมั่นใจ “ตรงกันข้าม ฉันอยากสร้างมิตรภาพกับทุกคน จะได้ใช้ชีวิตอย่างสบาย ๆ ไม่ต้องคอยระแวงใคร”“ส่วนเรื่องที่พวกเขาจะมาหาเรื่องฉัน ก็แค่ต้องคอยระวังให้ดี ถ้าต้องจัดการ ก็จะจัดการแบบเด็ดขาด ให้สาสมกับที่กล้ามาหาเรื่องแต่เรื่องหยุมหยิมแบบนี้ ฉันไม่กลัวหรอก”ในใจของอันจิ่วเม่ยคิดว่า ตัวเองยังมีไม้เด็ดซ่อนไว้ ไม่ว่าพวกนั้นจะใช้อุบายอะไร เธอก็มั่นใจว่ารับมือได้สบาย ไม่มีอะไรต้องกังวลหลี่เจียเฟิ่งฟังแล้วครุ่นคิดตาม สิ่งที่อันจิ่วเม่ยพูดก็มีเหตุผล แต่ก็ไม่ถูกต้องทั้งหมด การเปิดโอกาสให้คนอื่นมาหาเรื่องแบบนี้ก็เท่ากับเอาตัวเองไปเสี่ยงอันตรายอยู่ตลอดเวลาความกังวลฉายชัดในดวงตาของเขา ทำให้เขายิ่งมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความเป็นห่วงมากขึ้นไปอีกหลี่เจียเฟิ่งมองอันจิ่วเม่ยด้วยแววตาครุ่นคิด ดูท่าว่าก่อนจะกลับไปประจำการที่กองทัพ เขาต้องจัดการเรื่องวุ่นวายพวกนี้ให้เรียบร้อยเสียก่อนไม่อย่างนั้น เกรงว่าสาวน้อยตัวคนเดียวจะรับมือกับปัญหาไม่ไหวถึงเวลาที่เขาต้องลงมือทำอะไรสักอย่างแล้ว…หลี่เจียเฟิ่งถอนหายใจเบาๆ ภายในใจเริ่มวางแผนการบางอย่างแต่กลับแสร้งยิ้มเจื่อนๆ ตอบรับเพียงสั้น ๆ ว่า “อืม”
เช้าวันรุ่งขึ้น หลี่เจียเฟิ่งและอันจิ่วเม่ยตื่นกันแต่เช้ามืด ขณะที่ฟ้ายังไม่ทันสว่าง ทั้งสองเตรียมตัวอย่างกระตือรือร้นเพื่อไปทำความสะอาดบ้านหลังใหม่ด้วยความสดใสในใจแต่เมื่อเดินออกไปจากบ้าน พวกเขากลับต้องหยุดชะงัก เมื่อเห