ยเฟิ่งสีหน้าเรียบเฉย แต่ดวงตาฉายแววประหลาดใจช่วงนี้หัวสมองของเธอมั่ววุ่นวายกับเรื่องของซื่อหงที่คิดจะทำร้ายตัวเอง จนลืมนึกไปว่า เพ่ยอิงก็เป็นอีกตัวปัญหาที่ไม่ควรมองข้าม“เป็นแก!” เพ่ยอิงยังคงตะโกนด้วยความโกรธ ดวงตาแดงก ่าด้วยความคับแค้น “แกต่างหากที่ควรแต่งงานกับไอ้โง่นั่น! แกสมรู้ร่วมคิดกับซื่อหงเพื่อทำร้ายฉัน!”อันจิ่วเม่ยถึงกับหลุดหัวเราะออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ ราวกับได้ยินเรื่องตลกที่ไม่ควรจะมีใครเชื่อ เธอพอจะเดาได้แล้วว่า ข่าวลือไร้สาระนี้ถูกปล่อยโดยใคร ถ้าไม่ใช่ซื่อหง ก็คงไม่มีใครกล้าพูดเรื่องเพ้อเจ้อแบบนี้“โธ่ เพ่ยอิง” อันจิ่วเม่ยกล่าวด้วยน ้าเสียงเย้ยหยัน “ซื่อหงทำร้ายเธอถึงขนาดนี้แล้ว แต่เธอยังเชื่อคำพูดของหล่อนอีกเหรอ? ตาบอดหรือไงถึงมองไม่ออกว่าซื่อหงเป็นคนยังไง!”อันจิ่วเม่ยพูดต่อด้วยน ้าเสียงเย็นชา “ถ้าซื่อหงเป็นคนดี ลูกชายคงไม่ออกมาเป็นแบบนี้ ส่วนเรื่องที่เธอพูดมานั่น มันไร้สาระสิ้นดี! ฉัน
กับหลี่เจียเฟิ่ง เราคบกันมานานแล้ว เขากลับมาครั้งนี้ก็เพื่อแต่งงานกับฉัน จะเกี่ยวอะไรกับเธอ? เลิกคิดไปเองดีกว่านะ”คำพูดของอันจิ่วเม่ยเหมือนน ้าเย็นสาดใส่ใบหน้าของเพ่ยอิงความเจ็บปวดและอับอายฉายชัดบนใบหน้าซีดเซียวของเธอในขณะที่ผู้คนรอบข้างเริ่มซุบซิบนินทา บรรยากาศตึงเครียดปกคลุมไปทั่วบริเวณอันจิ่วเม่ยยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า ดวงตาเป็นประกายวาววับด้วยความสะใจ มุมปากยกขึ้นเล็กน้อยเป็นรอยยิ้มเย