าะหยัน เธอสูดลมหายใจลึกก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน ้าเสียงเฉียบขาด“แล้วที่บอกว่าฉันร่วมมือกับซื่อหงทำร้ายเธอน่ะ ตลกสิ้นดี!”อันจิ่วเม่ยพูดพลางส่ายหน้าอย่างขบขัน“เราสองคนทะเลาะกันจะตายอยู่แล้ว จะไปร่วมมือกันได้ยังไง?ฉันไม่ได้สมองเสื่อมนะ!”อันจิ่วเม่ยก้าวเข้าไปใกล้เพ่ยอิงอีกก้าว ดวงตาจ้องมองอีกฝ่ายอย่างดูแคลน “อีกอย่าง ฉันกับเธอไม่เคยมีเรื่องอะไรกันเลย ทำไมฉันต้องทำร้ายเธอด้วย? เพ่ยอิง เธอไม่มีสมองคิดบ้างหรือไง?”เสียงของอันจิ่วเม่ยดังก้องในความเงียบ ทุกคำพูดของเธอเหมือนคมมีดที่กรีดลงบนบาดแผลที่เปิดอยู่แล้วของเพ่ยอิง สายตาของผู้คนรอบข้างจับจ้องมาที่ทั้งสองคน
อันจิ่วเม่ยสูดหายใจลึกอีกครั้ง ก่อนจะสรุปด้วยน ้าเสียงเด็ดขาดดวงตาฉายแววเย็นชา“อย่าคิดว่าฉันไม่พูดแล้วจะรังแกกันง่าย ๆ คิดจะสาดโคลนใส่ฉันยังไงก็ได้ สภาพของเธอในตอนนี้เป็นผลจากการกระทำของเธอเองมันไม่เกี่ยวกับฉันเลยสักนิด!”เสียงซุบซิบนินทาเริ่มเบาลง เมื่อผู้คนเริ่มพิจารณาสถานการณ์อย่างถี่ถ้วน สายตาเห็นอกเห็นใจหลายคู่จับจ้องมาที่เพ่ยอิงหญิงสาวที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นดาวรุ่งของหมู่บ้าน เป็นที่หมายปองของหลายครอบครัว แต่บัดนี้กลับตกต ่าลงอย่างน่าใจหาย“น่าสงสารจริง ๆ” เสียงกระซิบของชาวบ้านคนหนึ่งดังขึ้น“ตอนนี้มีแค่ตระกูลหลี่ที่กล้ารับเธอ แถมยังต้องเจอกับคำนินทาอีก”ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังขึ้น ทุกคนหันไปมองเห็นผู้นำหมู่บ้านมาถึงพร้อมกับซินอี้แ