น และไม่จำเป็นต้องชดเชยอะไรด้วย” เธอเอ่ยด้วยน ้าเสียงนุ่มนวล
เสียงฮือฮาชื่นชมดังขึ้นรอบด้าน ผู้คนต่างประทับใจในความมีน ้าใจของอันจิ่วเม่ย ทว่าเพ่ยอิงกลับยืนนิ่งเงียบอยู่ในอ้อมกอดของแม่หัวใจหนักอึ้งด้วยความคับแค้น เธอรู้ดีว่าหากพูดออกไปในตอนนี้มีแต่ครอบครัวจะเดือดร้อนดวงตาของเพ่ยอิงฉายแววเจ็บปวดและเคียดแค้น ริมฝีปากเม้มแน่น ข่มกลั้นความโกรธที่ปะทุในใจ ตั้งใจแน่วแน่ว่าความแค้นครั้งนี้จะต้องได้รับการสะสางในอนาคตภรรยาผู้นำหมู่บ้านเดินเข้ามาหาอันจิ่วเม่ย จับมือเธอไว้พลางกล่าวชื่นชม “จิ่วเม่ย หนูช่างมีน ้าใจจริง ๆ ถ้ามีอะไรให้ช่วยเหลือในอนาคต ไม่ต้องเกรงใจป้านะ”ท่ามกลางบรรยากาศที่เริ่มผ่อนคลาย เหวินฟู่ ผู้นำหมู่บ้าน ยังคงยืนนิ่งด้วยสีหน้าครุ่นคิด เขารู้ดีว่าหากเรื่องนี้ลุกลามไปถึงโรงพักหมู่บ้านจะต้องได้รับผลกระทบอย่างหนักแค่เรื่องของอันตงหยางก็เป็นปัญหาหนักพออยู่แล้ว หากเกิดเรื่องนี้ขึ้นอีก ภาพลักษณ์ที่สั่งสมมานานอาจพังทลาย โชคดีที่อันจิ่วเม่ยไม่ติดใจเอาความ ไม่เช่นนั้น หมู่บ้านคงหมดโอกาสลุ้นรางวัลหมู่บ้านดีเด่นปลายปีนี้แน่นอนเหวินฟู่ถอนหายใจอย่างโล่งอก พลางคิดในใจว่านี่อาจเป็นโอกาสสุดท้ายที่หมู่บ้านจะรักษาหน้าตาและชื่อเสียงไว้ได้
ในมุมมืดของบ้าน ย่าอันยืนนิ่งดุจรูปสลัก ดวงตาคมกริบจับจ้องไปที่ซื่อหงด้วยความเคียดแค้น “นังผู้หญิงอำมหิต…” ย่าอันพึมพำเบา ๆ“ทำได้ทุกอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งท