ยออกมาเป็นเสียงร้องไห้อีกต่อไปเจียงอิงเดินผ่านมาพลางหัวเราะเยาะด้วยน ้าเสียงเย็นชา“ร้องไห้ไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก ตอนเตือนดี ๆ ก็ไม่ฟังเองตอนนี้พอถูกคนอื่นวางแผน ก็ยังจะมาโทษใครอีก? ถ้าไม่ใช่เพราะเธอไปหาไอ้โง่นั่นเอง ใครเขาจะมาแกล้งเธอได้? นี่มันกรรมของเธอเอง”
เมื่อเจียงอิงพูดจบ เธอก็เดินจากไปอย่างไม่ไยดี ทิ้งความเงียบงันที่เข้าปกคลุมห้อง ซินอี้และกวนอู๋เจี๋ยได้แต่นิ่งเงียบ ไม่รู้จะเอ่ยคำใดต่อกวนหมิงจู พี่ชายของเพ่ยอิงแม้ไม่ได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด แต่ด้วยสัญชาตญาณของพี่ชาย เขาก็เดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้นความเกลียดชังที่เขามีต่อน้องสาวพุ่งขึ้นสูงสุด เขาจึงรีบพาลูกชายไปนั่งกินข้าวในครัว เพื่อหลีกเลี่ยงสถานการณ์อันอึดอัดไม่นานนัก กวนอู๋เจี๋ยและซินอี้ก็เดินตามเข้ามาในครัว แต่บรรยากาศมื้ออาหารกลับเต็มไปด้วยความเงียบงัน ไม่มีใครกล้าพูดอะไร ทุกคนทำเพียงแต่กินข้าวเงียบ ๆ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นขณะเดียวกัน เพ่ยอิงนั่งเหม่อมองครอบครัวของเธอที่ดูเหมือนจะใช้ชีวิตตามปกติ ในขณะที่เธอกลับรู้สึกแปลกแยกและโดดเดี่ยวอย่างท่วมท้น ความรู้สึกนี้ยิ่งบีบรัดหัวใจของเธอ จนเธอแทบหายใจไม่ออกเมื่อทุกคนเข้านอนแล้ว เพ่ยอิงย่องไปยังครัว หยิบมีดเล่มหนึ่งขึ้นมาจับไว้ในมือแน่น จากนั้นเธอพุ่งตัวออกจากบ้าน มุ่งหน้าไปยังบ้านของซื่อหงด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความแค้นเธอไม่อาจทนความเจ็บปวดนี้ได้อีกต่อไป ซื่อหงจะต้องชดใช้!ในค ่าคืน