หลังจากอิ่มท้อง ซื่อหงก็รีบเก็บร่องรอยทุกอย่างอย่างรวดเร็วก่อนจะย่องกลับขึ้นไปบนห้องนอนของตน ซื่อหงทิ้งตัวลงบนเตียงอย่างอ่อนล้า ภาพของลูกชายที่ดูเศร้าสร้อยอยู่ในห้องเล็ก ผุดขึ้นมาในหัวเป็นภาพซ้อนซื่อหงถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ มือเหี่ยวย่นลูบใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยอย่างเหนื่อยอ่อน ภาระหนี้สินที่กดทับ เธอต้องทำงานอย่างหนักเพื่อหาเงินมาใช้หนี้ แล้วยังจะมีเรื่องแต่งของเพ่ยอิง“แต่จะทำยังไงดีล่ะ…” ซื่อหงพึมพำกับตัวเองอย่างสิ้นหวังเพ่ยอิง ป็นถึงลูกสาวของเลขาธิการหมู่บ้าน ผู้มีอิทธิพลที่สุดในแถบนี้ หากซื่อหงทำอะไรบุ่มบ่ามโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง ไม่เพียงแต่จะไม่สำเร็จ แต่อาจนำมาซึ่งหายนะอย่างใหญ่หลวง ชีวิตของเธอก็อาจไม่ปลอดภัยในหมู่บ้านนี้อีกต่อไปทันใดนั้นเอง ประกายความคิดเจ้าเล่ห์ก็แล่นวาบขึ้นในหัวของซื่อหง ใช่แล้ว! เธอก็แค่หาคนมารับโทษแทนซื่อหงรำพึงกับตัวเองอย่างมาดร้าย “แล้วใครจะเหมาะสมไปกว่านังจิ่วเม่ย อีกล่ะ!?”เช้าวันรุ่งขึ้น…
เสียงฮัมเพลงอันร่าเริงของซื่อหง ดังลอยมาพร้อมกับภาพหญิงชราผู้กวาดลานหน้าบ้านด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข“…” อันจิ่วเม่ยที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องนอนถึงกับอ้าปากค้างมองภาพตรงหน้าด้วยความตะลึง“ป้านี่ไปกินอะไรผิดมาหรือเปล่า?” เธอพึมพำกับตัวเองเบา ๆทันทีที่เห็นอันจิ่วเม่ย ซื่อหงก็รีบวางไม้กวาดลง แล้ววิ่งเข้ามาหาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “จิ่วเม่ย ตื่นแล้วเหรอจ๊ะ รีบไปล้างหน้าล้างตาแล้วม