ากินบะหมี่สิ ฉันทำไว้ในครัว”อันจิ่วเม่ยได้แต่ยืนนิ่ง มองการกระทำของซื่อหงราวกับคนเบลอๆ เธอเพิ่งตื่นนอนก็จริง แต่สิ่งที่เห็นตรงหน้ามันชวนสะดุ้งตื่นเต็มตาเสียยิ่งกว่า‘วันนี้พระอาทิตย์คงขึ้นทางทิศตะวันตกแน่ ๆ ’ เธอเงยหน้ามองท้องฟ้าด้วยความสงสัยลางสังหรณ์ของอันจิ่วเม่ยว่าบอกเรื่องแปลก ๆ ที่เกิดขึ้นกับซื่อหงตอนนี้ ย่อมต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลซ่อนอยู่เบื้องหลังแน่ อันจิ่วเม่ยไม่เชื่อสักนิดว่าซื่อหงจะกลับตัวกลับใจได้ง่าย ๆไหนจะเรื่องที่เธอปฏิเสธที่จะช่วยเหลืออันตงหยางอีก คนอย่างซื่อหงที่เคยเกลียดเธอเข้าไส้ ต้องแค้นฝังหุ่นแทบกระอักเลือดอยู่แล้วอยู่ ๆ จะมาทำดีด้วย ยิ้มหวานให้ราวกับเป็นญาติสนิทมิตร ไม่มีแผนร้ายซ่อนไว้ในใจ ฮึ คิดว่าเธอจะเชื่อรึไง!
หลังล้างหน้าล้างตาเสร็จ อันจิ่วเม่ยก็เดินเข้าครัวด้วยสีหน้าครุ่นคิดพลางบ่นกับหลี่เจียเฟิ่ง ที่เดินตามมาติด ๆ ว่า“ถ้าไม่เสียดายข้าวสุก ฉันก็ไม่อยากแตะต้องอาหารที่ซื่อหงทำหรอกนะ กลัวจะโดนวางยาซะมากกว่า”“เธอคิดมากไปแล้ว” หลี่เจียเฟิ่งตอบพลางยิ้มมุมปากอย่างกรุ้มกริ่ม แล้วคีบเส้นบะหมี่เข้าปากคำโต พร้อมกับวิเคราะห์รสชาติบะหมี่ตรงหน้า‘อืม… แช่น ้าซุปนานไปหน่อยเส้นเลยเละไปนิด รสชาติก็…’ หลี่เจียเฟิ่งคีบบะหมี่เข้าปากพลางนึกเปรียบเทียบฝีมือการทำบะหมี่ของหญิงสาวตรงหน้าที่เคยทำให้เขากิน ‘…ยังห่างไกลจากฝีมือจิ่วเม่ย’เขาสรุปในใจเงียบ ๆ“ทำไมคุณถึงมั่นอกมั่นใจขนาดนั้