นล่ะ?” อันจิ่วเม่ย อดสงสัยไม่ได้ จึงถือชามเข้าไปใกล้ ๆ เขาหญิงสาวขยับเข้ามาใกล้ จนหลี่เจียเฟิ่งสามารถมองเห็นขนอ่อนๆ บนใบหน้าเนียนใสของเธอได้อย่างชัดเจน หัวใจของเขาเต้นรัวขึ้นอย่างไม่ทราบสาเหตุสาวน้อยจ้องมองเขาด้วยแววตาอยากรู้อยากเห็น มุมปากยังมีรอยยิ้มซุกซนแฝงอยู่ ลักยิ้มสองข้างแก้มช่างน่าเอ็นดูเสียจริง
สบตากันชั่วอึดใจ หลี่เจียเฟิ่งนึกถึงความฝันที่ทำให้เธอหัวเราะคิกคักโดยไม่รู้ตัวทุกคืน รู้สึกว่ามีบางอย่างในอกกำลังจะทะลักออกมา จึงรีบเบนสายตาหนีไปทางอื่นเขาพยายามสงบจิตใจตัวเองลง ก่อนจะอธิบายให้อันจิ่วเม่ยฟัง“อันตงหยาง แค่ติดคุกเท่านั้น เขาไม่ได้ตายซะหน่อย แม่เลี้ยงของเธอคงไม่กล้าทำอะไรบ้า ๆ ขนาดนั้นหรอก”ดวงตากลมโตของอันจิ่วเม่ยกะพริบปริบ ๆ ก่อนที่สมองจะประมวลผลเสร็จและร้องออกมาดังลั่น “อ๋อ…อย่างนี้นี่เอง”อันตงหยางแค่ติดคุกไม่กี่ปีก็ลอยนวลออกมาได้ แต่ถ้าซื่อหงลงมือใส่ยาพิษในบะหมี่ นั่นอาจถึงขั้นโดนประหารชีวิต! แล้วลูกชายคนโตสุดที่รักของเธอที่ติดคุกอยู่จะทำยังไง? ไม่มีใครคอยดูแลเขาสิ!พอคิดได้แบบนี้ อันจิ่วเม่ยรู้สึกว่าบะหมี่ในชามพลันส่งกลิ่นหอมฉุยขึ้นมาทันที เธอจึงซดน ้าซุปและคีบเส้นเข้าปากอย่างรวดเร็วอันจิ่วเม่ยกำลังจะตักคำที่สองเข้าปาก แต่จู่ ๆ สายตาของเธอก็สะดุดกับภาพที่ทำให้หัวใจแทบหยุดเต้นย่าอันยืนอยู่ที่ประตู มือข้างหนึ่งถือไม้เท้า อีกข้างกำมีดพร้าแน่นบนหลังสะพายตะกร้าสาน ท่าทา