งเหมือนกำลังจะออกไปข้างนอกความกังวลและความกลัวพุ่งขึ้นมาในใจของอันจิ่วเม่ยทันที
“คุณย่า!” เสียงร้องดังขึ้นพร้อมกับที่ร่างของอันจิ่วเม่ยพุ่งออกจากเก้าอี้ ทำให้หลี่เจียเฟิ่งที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ ต้องรีบลุกตามด้วยความตกใจ เขาวิ่งตามหลังอันจิ่วเม่ยไปติดๆ“คุณย่า! เช้า ๆ แบบนี้จะรีบไปไหนคะ? ทำไมไม่กินบะหมี่ก่อนล่ะคะ?” อันจิ่วเม่ยถามพลางมองจ้องมีดพร้าในมือของย่าอันอย่างหวาดระแวง กลัวว่าเธออาจพลาดทำร้ายตัวเองโดยไม่ตั้งใจย่าอันยิ้มเขิน ๆ แล้วพูดว่า “ย่าไม่หิวหรอก พวกหนูกินกันเถอะย่าว่าง ๆ ไม่มีอะไรทำ เลยคิดจะไปหาหน่อไม้มาดองสักหน่อย จะได้เอาไว้กิน แล้วก็เอาไปขายหรือแลกของกลับมา”คำพูดของคุณย่าทำให้อันจิ่วเม่ยนึกย้อนไปถึงความทรงจำในวัยเด็ก สมัยที่ย่าอันยังสาว ๆ ฝีมือการทำอาหารของเธอเป็นที่เลื่องลือไปทั่วหมู่บ้านโดยเฉพาะหน่อไม้ดองที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ ไม่เหมือนใครแม้วิธีการจะไม่ยุ่งยาก แต่รสชาติกลับอร่อยจนใครได้ลองต้องติดใจทุกครั้งที่ย่าทำมักจะขายดิบขายดีราวกับแจกฟรี ช่วงนั้นรายได้จากการขายหน่อไม้ดองช่วยให้ครอบครัวมีเงินใช้ไม่ขาดมือแต่แล้ววันเวลาก็ผ่านไป ร่างกายที่ชราภาพลงทำให้ย่าอันทำอะไรได้น้อยลง… ทว่าจู่ ๆ วันนี้ เธอกลับมีไฟอยากจะออกไปหาหน่อไม้อีกครั้งงั้นเหรอ?
อันจิ่วเม่ยรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เธอพูดออกมาด้วยความเป็นห่วง “คุณย่า อายุปูนนี้แล้ว อยู่บ้านสบาย ๆ ดีกว่านะคะ ไม่ต้องไปทำอะไรให้เห