สุดท้าย อันจิ่วเม่ยตัดสินใจเลี้ยวรถเข้าไปในตรอกเล็ก ๆ ที่ไม่มีคนพลุกพล่าน แล้วล็อคล้อจักรยานไว้กับเสาอย่างแน่นหนา“เอาเถอะ ถึงจะมีใครคิดจะขโมย ฉันก็ยังวิ่งไล่ตามทันอยู่แล้ว!”เธอพึมพำอย่างมั่นใจถึงอย่างนั้น อันจิ่วเม่ยก็ยังอดถอนหายใจด้วยความเหนื่อยหน่ายไม่ได้ พลางบ่นกับตัวเอง“ถ้ามีกระเป๋าวิเศษเหมือนในนิยายแฟนตาซีก็คงจะดี จะใส่ของใหญ่แค่ไหนก็ได้ แถมยังพกติดตัวไปไหนมาไหนสะดวก ไม่ต้องกลัวใครมาขโมยอีกต่างหาก”ทันใดนั้น… จักรยานตรงหน้าอันจิ่วเม่ยก็หายวับไปในพริบตาราวกับถูกกลืนหายไปในอากาศ เธอตกใจจนตาเหลือก ปากอ้าค้างด้วยความตกตะลึงและแล้ว มิติประหลาดก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าอันจิ่วเม่ย เธอเห็นจักรยานของตัวเองจอดอยู่ภายใน เบื้องหน้าเป็นสถานที่คล้ายโกดังเก็บของขนาดใหญ่“เอ๊ะ? ทำไมถึงดูคุ้น ๆ นะ” อันจิ่วเม่ยพึมพำ ก่อนจะสังเกตเห็นบ่อน ้าพุเล็ก ๆ ที่มีปลาคาร์ฟตัวจิ๋วแหวกว่ายอยู่ภายใน พวกมันกำลังพ่นฟองอากาศ พร้อมกับจ้องมองเธอด้วยความสนใจใคร่รู้
อันจิ่วเม่ยรีบหยิกต้นขาตัวเองแรง ๆ “โอ๊ย! เจ็บนี่นา”‘…งั้นแปลว่านี่ไม่ใช่ความฝันสินะ! เกิดอะไรขึ้นกับฉันกันแน่เนี่ย?’ดวงตาของอันจิ่วเม่ยเป็นประกายวาววับด้วยความตื่นเต้น เมื่อสมองอันชาญฉลาดของเธอเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวต่าง ๆ เข้าด้วยกัน“หรือนี่… จะเป็นกระเป๋าวิเศษจริง ๆ !” เธออุทานอย่างตื่นเต้นอันจิ่วเม่ยคิดได้ทันทีว่านี่คงจะเป็นกระเป๋ามิติ เป็นพื้นที่ส่วนตัวของเ