จึงไม่แวะไปหา แต่กลับเลือกที่จะซ่อนกล่องสมบัติปริศนาไว้ในที่ปลอดภัย ให้พ้นสายตาของซื่อหงจากนั้นเธอก็จัดเตรียมสิ่งของที่จำเป็นใส่ลงในตระกร้าไม้สานแล้วสะพายขึ้นด้านหลัง ก่อนจะขึ้นคร่อมจักรยานสีชมพูหวานแววที่หลี่เจียเฟิ่งมอบให้เป็นของขวัญในวันแต่งงานในยุคที่จักรยานยังเป็นของหายากยิ่งกว่าทองคำ การปรากฏตัวของอันจิ่วเม่ยและจักรยานคันงามจึงสร้างความฮือฮาให้กับเด็ก ๆ ในละแวกนั้นไม่น้อย“พี่สาว ขอหนูขี่จักรยานสวย ๆ ของพี่หน่อยได้ไหมคะ?” เสียงใสๆ ของเด็กหญิงตัวน้อยเอ่ยถามขึ้นอย่างกล้า ๆ กลัวๆอันจิ่วเม่ยมองดูเด็กน้อย 7-8 คนที่ล้อมรอบเธออย่างตื่นเต้น เธอนึกในใจ ‘โอ้โห! ถ้าพาพวกเขาไปเที่ยวรอบหนึ่ง คงไม่ได้ไปเมืองแน่ๆ’อันจิ่วเม่ยจึงยิ้มแหย ๆ พลางบอกปัดว่า “โทษทีนะหนู ๆ วันนี้พี่มีธุระด่วน ไว้คราวหน้านะจ๊ะ”
แล้วอันจิ่วเม่ยก็รีบเผ่นแน่บ ทิ้งเสียงถอนหายใจผิดหวังของเด็กๆ ไว้เบื้องหลัง พวกเขาสงสัยว่าเมื่อไหร่ ‘พี่สาวอันจิ่วเม่ย’ จะมีเวลาพาขี่จักรยานเสียที“โตขึ้นฉันต้องหาเงินซื้อจักรยานให้ได้สักคัน!” เด็กชายคนหนึ่งประกาศ“จักรยานน่ะเชย! ฉันจะซื้อมอเตอร์ไซค์เลย!” อีกคนโอ้อวด“งั้นฉันจะซื้อรถยนต์! เท่กว่าเยอะ!” เด็กชายตัวเล็กสุดตะโกนสุดเสียงขณะที่อันจิ่วเม่ยปั่นจักรยานคู่ใจมุ่งหน้าสู่เมือง เธอเริ่มวางแผนการค้นหาตลาดมืดที่เธอไม่เคยไปมาก่อน ในนิยายบอกเพียงว่ามันตั้งอยู่ในตรอกเล็ก ๆ ทางตอนใต้ของเมือง‘เอาล่ะ ง