สองสามีภรรยามองหน้ากันอย่างแปลกใจ พวกเขาไม่นึกว่าเด็กสาวที่ดูเรียบร้อยคนนี้จะมีความคิดดี ๆ แบบนี้ซ่อนอยู่พอเห็นสายตาแบบนั้น อันจิ่วเม่ยก็พลันเกาศีรษะแก้เขินนิดหน่อย ทำท่าเหมือนกำลังลำบากใจสุด ๆทันใดนั้น หัวหน้าหมู่บ้าน ก็หัวเราะลั่นบ้าน “ดีจริง ๆ ความฉลาดของเธอนี่ ไม่เหมือนคนไม่เคยเรียนหนังสือเลยนะเนี่ย เก่งยิ่งกว่าพวกเรียนซะอีก”อันจิ่วเม่ยไม่ได้ประหม่าเลยสักนิด ตอบกลับอย่างภูมิใจ “ก็คุณลุงหัวหน้าหมู่บ้านสนิทกับหนูนี่คะ เลยมองหนูดีไปหมด แต่จริง ๆ มีคนเก่งกว่าหนูอีกเยอะแยะเลยค่ะ!”เหวินฟู่หันไปบอกภรรยา “เห็นไหมล่ะ ทั้งหมู่บ้านมีใครที่อายุเท่านี้แล้วพูดจาฉอเลาะได้ขนาดนี้บ้าง?”ภรรยาหัวหน้าหมู่บ้านไม่สนใจสามี แต่หันไปยิ้มให้อันจิ่วเม่ยพร้อมพูด “ได้ยินไหมจ๊ะ คุณลุงเขาชมหนูอยู่นะ!”“ฮ่า ๆ ชมยังงี้หนูก็เขินสิค่ะ” อันจิ่วเม่ยเกาหัวอย่างเก้อเขินอันจิ่วเม่ยพูดคุยกับสองสามีภรรยาอีกเล็กน้อย ก่อนจะตัวลากลับบ้าน
อันจิ่วเม่ยถอนหายใจยาวเหยียด คิดในใจ ‘ที่ไหนมีคน ที่นั่นก็มีการเจรจา พูดดีชีวิตก็ราบรื่น พูดไม่ดีอาจโดนถล่มยับ ศิลปะการพูดสำคัญจริง ๆ ‘โชคดีที่ชาติที่แล้ว เธอคลุกคลีอยู่ในวงการธุรกิจจนกลายเป็นมือโปรไปแล้ว ตอนนี้การรับมือกับชาวบ้านซื่อ ๆ พวกนี้จึงไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรเลยอันจิ่วเม่ยเดินกลับบ้านอย่างอารมณ์ดี สูดอากาศเย็น ๆ พลางฮัมเพลงเบา ๆ อย่างมีความสุขฟ้ามืดแล้ว ยามนี้ชาวบ้านต่างกลับเข้าบ