้าน ไม่มีใครออกมาเพ่นพ่านยามค ่าคืน ทุกคนอาบน ้าแล้วก็เข้านอนพักผ่อนกันหมดหลังจากชำระร่างกายและแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย อันจิ่วเม่ยก็ได้ยินเสียงฝีเท้าคุ้นหูดังมาจากนอกห้อง ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นใครหลี่เจียเฟิ่งกลับมาแล้วนั่นเอง! แต่น่าเสียดายที่เขากลับมามือเปล่า ไม่มีของมีค่าติดไม้ติดมือมาเลยสักชิ้น แม้จะถางหญ้าไปได้มากมายก็ตามอันจิ่วเม่ยปลอบใจเขาด้วยรอยยิ้ม “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ พรุ่งนี้ฉันจะไปลองดูอีกที บางทีอาจจะเจอของดี ๆ ก็ได้นะ”หลี่เจียเฟิ่งพยักหน้ารับ แต่ดูเหนื่อยล้าเต็มที อันจิ่วเม่ยจึงเอ่ยขึ้น“คุณเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว รีบไปอาบน ้าแล้วพักผ่อนเถอะค่ะ”
หลังจากแยกย้าย อันจิ่วเม่ยก็รีบกลับห้องทันที แต่ไม่ได้ล้มตัวลงนอนอย่างที่บอก เธอจุดตะเกียงน ้ามันแล้วหยิบกำไลที่ขุดได้ตอนเช้ามาพินิจพิเคราะห์อย่างละเอียด ตื่นเต้นจนมือสั่น!ตอนที่เจอในตอนเช้า เธอแทบไม่มีเวลาได้ชื่นชมความงามของมัน รีบซ่อนแล้วกลับบ้านด้วยความลุ้นระทึก หลังจากนั้นก็วุ่นวายทั้งวัน ไม่มีโอกาสได้เอาออกมาดูอีกเลยแต่ตอนนี้ ภายใต้แสงสลัวของตะเกียง อันจิ่วเม่ยสามารถมองเห็นรายละเอียดทุกอย่างได้อย่างชัดเจน วงแหวนสีเขียวมรกตงดงามไร้ที่ติ แม้จะถูกฝังอยู่ใต้ดินมานาน แต่ก็ไม่มีรอยตำหนิแม้แต่น้อยยิ่งกว่านั้น ใต้แสงไฟ มันยังดูเหมือนจะเปล่งประกายวิบวับรอบ ๆ อีกด้วยทันใดนั้น หลี่เจียเฟิ่งก็เดินเข้ามาในห้อง เขาเห็นอันจิ่วเม่ยกำลังก้มหน้าก้ม