ตาจ้องมองกำไลอย่างใกล้ชิด ท่าทางดูเกินจริงมากแสดงออกถึงความเป็นคนรักเงินอย่างชัดเจนแต่แปลกดีแทนที่เขาจะรู้สึกไม่ชอบ หลี่เจียเฟิ่งกลับรู้สึกว่าเธอดูน่ารักเสียอย่างนั้นเขายิ้มให้กับความคิดนี้ อย่างเงียบ ๆ ที่แท้เขาก็ยังมองเธอเป็นเด็กน้อยอยู่นั่นเอง ไม่งั้นคงไม่คิดว่าเธอน่ารักแบบนี้ เพราะโดยทั่วไปแล้ว ’น่ารัก’ มักใช้กับเด็ก ๆ มากกว่า… เพราะสำหรับเขา อันจิ่วเม่ยก็ยังคงเป็นเด็กน้อยในสายตาเสมอ
ในค ่าคืนอันเงียบสงบ อันจิ่วเม่ยกำลังครุ่นคิดถึงกำไลล ้าค่าที่เธอหวงแหนเธอหันไปมองใบหน้าของหลี่เจียเฟิ่งที่กำลังเตรียมตัวเข้านอนแล้วพูดออกมาอย่างจริงจัง “ฉันไม่ขายกำไลนี้ได้ไหมคะ ฉันอยากเก็บไว้ใส่เอง”หลี่เจียเฟิ่งที่นอนหลับตาอยู่แล้วเพียงแค่ตอบกลับมาสั้น ๆ “มันเป็นของเธออยู่แล้ว จะทำอะไรก็ตามใจ”พอได้ยินแบบนั้น อันจิ่วเม่ยก็รีบสวมกำไลเข้ามือทันทีด้วยความดีใจ แม้ปกติเธอจะไม่กล้าใส่อย่างเปิดเผย แต่คืนนี้เธอตัดสินใจว่าจะแอบใส่ตอนนอน แล้วค่อยถอดออกตอนเช้าด้วยความอิ่มเอมใจ อันจิ่วเม่ยเป่าตะเกียงดับแล้วทิ้งตัวลงนอนบนเตียงอย่างรวดเร็ว เธอไม่ทันสังเกตว่าในความมืดสนิท กำไลหยกสีเขียวที่ข้อมือซ้ายของเธอได้เปล่งประกายวาบขึ้นเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะหายไปราวกับกลืนหายไปกับผิวหนังของเธอขณะเดียวกัน อันจิ่วเม่ยรู้สึกถึงไออุ่นแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง เธอก็พบว่าตัวเองอยู่ในสถานที่แปลกตา เบื้องหน้าปรา